
กลาโหมนำผบ.เหล่าทัพเยือนจีนดูฮ.-เรือดำน้ำ
รมว.กลาโหม นำ”ผบ.เหล่าทัพ”เยือนจีน ครั้งแรกในรอบ 15 ปี จะไปดูเรือดำน้ำ –เฮลิคอปเตอร์ จีน 25-28 เม.ย.นี้
รมว.กลาโหม นำ”ผบ.เหล่าทัพ”เยือนจีน ครั้งแรกในรอบ 15 ปี จะไปดูเรือดำน้ำ –เฮลิคอปเตอร์ จีน 25-28 เม.ย.นี้
พอ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25-28 เม.ย.นี้ โดยมี พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. รวมทั้งนายทหารฝ่ายเสนาธิการและนายทหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมร่วมเดินทางด้วย ราว 30 คน
"ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 15 ปี ที่ยังไม่เคยมี คณะรมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพไปเยือนจีนพร้อมกัน เช่นนี้"โฆษกกลาโหม กล่าว
โฆษกกลาโหม กล่าวว่า การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ ถือเป็นการแนะนำตัวของ พล.อ.อ.สุกำพล หลังเข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม และเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆโดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านความมั่นคง อีกทั้งจีนยังถือเป็นประเทศนอกอาเซียนที่เป็นมิตรกับประเทศไทยอย่างยาวนาน
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า รมว.กลาโหมจะเข้าเยี่ยมคำนับรองประธานาธิบดีของจีน พบ รมว.กลาโหม จีน และผู้บัญชาการเหล่าทัพของจีนเพื่อหารือข้อราชการ
ขณะที่ทางจีนได้จัดให้คณะทหารไทยเยี่ยมชมยุทโธปกรณ์ทางทหาร เช่น การเข้ารับฟังการบรรยายสรุปและดู อากาศยานแบบปีกหมุน (เฮลิคอปเตอร์ Z-9)ซึ่งเป็นรุ่นที่ ทร.ไทยกำลังศึกษา เพื่อจัดซื้อ ระหว่าง ฮ.อังกฤษ ฝรั่งเศส และอินเดีย รวมทั้งชมการสาธิตเรือดำน้ำ ณ สถาบันเรือดำน้ำ
โฆษกกลาโหม กล่าวว่า รมว.กห.ได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาความร่วมมือกับจีนในทุกๆด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านการข่าว ด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหารเพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพของกองทัพไทย ความร่วมมือในการฝึกศึกษาของกำลังพลในกองทัพทั้งสองประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประสิทธิภาพของกองทัพในภาพรวม
ทั้งนี้ กองทัพเรือไทย มีการฝึกระดับกองร้อยของทหารเรือนาวิกโยธินไทยจีน ปีละ 1ครั้ง โดยปีที่แล้วเป็นปีแรก ส่วนปีนี้จะไปฝึกที่จีน และการฝึกร่วมของทหารรบพิเศษไทย-จีน
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมจะมีการปรับสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารเพื่อให้เข้ากับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยจะเริ่มปรับใน 10 ประเทศอาเซียน จากนั้นจะขยายไปยังทุกประเทศทั่วโลก โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะเรียนเชิญผบ.ทหารสูงสุด และผบ.เหล่าทัพมาประชุมอีกครั้งว่า จะปรับในรูปแบบใด จะต้องปรับลดหรือปรับเพิ่มอย่างไร เพื่อประสานงานด้านความมั่นคงต่อไป







