posttoday
ระวังกระทิงสเปนเขาหักหนี้สินอ่วมจุดชนวนวิกฤตรอบใหม่

ระวังกระทิงสเปนเขาหักหนี้สินอ่วมจุดชนวนวิกฤตรอบใหม่

19 เมษายน 2555

ยังไม่ทันที่โลกจะได้ดีใจกับบรรยากาศการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างช้าๆ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ยังไม่ทันที่โลกจะได้ดีใจกับบรรยากาศการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างช้าๆ สัญญาณความกังวลรอบใหม่ก็เริ่มจะปรากฏเค้าลางออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่จีน

แต่เป็นที่แดนกระทิงดุ “สเปน” ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์หนี้ยุโรปเป็นชาติที่ 4 ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 นี้ หรือช่วงครึ่งแรกของปีหน้า 2556

ความกังวลดังกล่าวไม่ใช่ความหวาดระแวงมองโลกในแง่ร้ายของนักข่าวและนักเศรษฐศาสตร์ ที่ดูจะขวางโลกสวนทางกับองค์กรใหญ่อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เพิ่งปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้จาก 3.3% ไปเป็น 3.5% มาหมาดๆ

เพราะหากดูตัวเลขทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ประกอบกันแล้ว นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายต่างเชื่อเป็นเสียงเดียวกันว่า กรณีของสเปนนั้นไม่ใช่จะ “ขอ” หรือ “ไม่ขอ” รับความช่วยเหลือทางการเงินจากภายนอก

แต่จะขอ “เมื่อไร” และ “เท่าไร” ต่างหาก

แน่นอนว่าซากกระทิงยักษ์ที่ถูกซุกอยู่ใต้พรมสเปนนั้น ยังไม่เป็นปัญหาขึ้นฉับพลันภายในเร็วๆ นี้ และไม่เหมือนกับกรณีของกรีซที่ถังแตกจนต้องขอเงินมาใช้หนี้อย่างเฉียดฉิว เพราะสเปนยังมีเงินต่อลมหายใจอีกยาวจากการระดมทุนในตลาดได้เกือบครึ่งหนึ่งจากที่ต้องการทั้งหมด 8.6 หมื่นล้านยูโรในปีนี้ และก่อนหน้านี้ก็ได้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 1 ล้านล้านยูโร จากธนาคารกลางยุโรปไปแล้วด้วยเช่นกัน

ระวังกระทิงสเปนเขาหักหนี้สินอ่วมจุดชนวนวิกฤตรอบใหม่

แต่ปัญหาอย่างเป็นระบบที่สั่งสมมานานในสเปน และภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ต้องตัดลดงบประมาณขาดดุลไปพร้อมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้สเปนต้องขอกู้เงินก้อนใหญ่จากกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (EFSF) ในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้

ปัญหาใหญ่ของสเปนอาจแบ่งได้หลักๆ เป็นหนี้เสียของภาคการธนาคาร ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา และการต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย ในขณะที่รัฐบาลต้องลดงบขาดดุลไปพร้อมกันให้ได้

และทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนออกมาในรูปแบบของ “ปัญหาความเชื่อมั่น”

ในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 10 ปี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. อัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อรัฐบาลผู้ออกพันธบัตรนั้นๆ ได้พุ่งทะลุไปถึง 6.094% สะท้อนว่านักลงทุนไม่มั่นใจกับอนาคตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสเปน

และแม้ว่าการประมูลพันธบัตรระยะสั้นอายุ 12–18 เดือนในวันถัดมา จะระดมทุนได้สูงเกินเป้าที่ 3,178 ล้านยูโร ทว่าอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนก็พุ่งสูงขึ้นมากเช่นกัน เมื่อเทียบกับช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเพิ่มไปอยู่ที่ 2.623% จาก 1.418%

ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางสเปนก็ได้เปิดเผยตัวเลขใหม่ที่ถือเป็นข่าวร้ายของสเปนว่า ระดับหนี้เสียของธนาคารทั่วประเทศในเดือน ก.พ.นั้น พุ่งสูงสุดทุบสถิติในรอบ 18 ปี ไปอยู่ที่ 1.438 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.15% ของสินทรัพย์ทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. ก่อนหน้าถึง 7.91% และเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537

ปัจจัยหลักที่ดันให้ระดับหนี้เสียของธนาคารพุ่งสูงขึ้นนั้นมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ และยิ่งสถานการณ์ตลาดบ้านในสเปนยังไม่กระเตื้องขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ภาคธนาคารจะมีหนี้เสียมากขึ้นไปด้วย

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสเปนนั้น เคยเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่ก็ต้องประสบกับภาวะขาลงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งฉุดให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยรวมมีราคาลดลงราว 15–20% จากช่วงราคาที่เคยทำได้สูงสุด และยังมีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงต่อเนื่องไปอีกราว 15–20% ก่อนที่จะดิ่งลงสู่เหว

คาร์สเตน เบรสกี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารไอเอ็นจีในเบลเยียม ได้ประเมินตัวเลขคร่าวๆ กับรอยเตอร์ส ว่า ภาคธนาคารในสเปนอาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่ถึง 8 หมื่นล้านยูโร หากมีการคิดคำนวณหนี้เสียภาคอสังหาฯ รวมกันทั้งหมด

และภายในสัปดาห์นี้เอง ก็มีการเปิดเผยรายงานจากศูนย์เพื่อการศึกษานโยบายยุโรป ซึ่งประเมินเอาไว้ว่ามีเงินอยู่ในภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในสเปนทั้งหมดสูงถึงกว่า 3.8 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 37% ของจีดีพีสเปน

ปัญหาต่อเนื่องก็คือ หากภาคการเงินการธนาคารของสเปนจำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหาหนี้เน่าภาคอสังหาฯ รัฐบาลสเปนอาจไม่สามารถอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือได้ เนื่องจากอยู่ในภาวะที่ต้องควบคุมงบประมาณขาดดุลอย่างรัดกุม โดยคาดว่าจะมีการออกมาตรการอดออม หรือมาตรการรัดเข็มขัดออกมาอีกหลังจากนี้ พร้อมกับการพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวไปพร้อมกันด้วย

เศรษฐกิจของสเปนซึ่งมีขนาดใหญ่สุดอันดับ 4 ในยุโรป และใหญ่กว่ากรีซถึง 5 เท่านั้น ได้รับการยืนยันจาก มิเกล แองเจิล เฟอร์นานเดซ ออร์โดเนซ ผู้ว่าการธนาคารกลางสเปนในสัปดาห์นี้แล้วว่า ได้ดิ่งลงเข้าสู่ภาวะถดถอยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการถดถอยรอบที่ 2 ในรอบ 2 ปี หลังจากที่ฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วงสั้นๆ เมื่อช่วงต้นปี 2554 โดยขณะนี้มีเพียงภาคการส่งออกอย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวสร้างรายได้ในจีดีพีประเทศ

ขณะที่ตัวเลขการว่างงานในประเทศเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ก็พุ่งสูงสุดทุบสถิติใหม่ถึง 24% หรือสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมทั่วโลก มากกว่าอัตราว่างงานโดยเฉลี่ยของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งอยู่ที่ 10% กว่าเท่าตัว โดยคนว่างงานส่วนใหญ่ในสเปนนั้น มักเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ถือเป็นอนาคตของประเทศเสียด้วย

นอกจากรัฐบาลจะไม่สามารถช่วยเหลือภาคการธนาคารได้แล้ว รัฐบาลเองก็ยังอาจเอาตัวไม่รอด และอาจต้องกู้เงินทั้งมาช่วยธนาคารและช่วยรัฐบาลไปพร้อมกันด้วย ซึ่งนี่คือความเสี่ยงสำคัญในปัญหาหนี้ยุโรปที่ไม่อาจมองข้ามได้

และแม้แต่ในรายงานการปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟล่าสุดเอง ก็ยังเน้นย้ำด้วยว่าภาวะเศรษฐกิจโลกยังเปราะบางอยู่มาก และไม่อาจวางใจได้

เรียกว่าหากระเบิดขึ้นมาเป็นลูกที่ 4 ยังไม่นับรวมอิตาลีที่เสี่ยงไม่น้อยเช่นกัน การฟื้นตัวของสหรัฐก็ย่อมสะดุด และยังส่งผลให้เศรษฐกิจจีนที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของโลกต้องฟุบลงกว่าที่คาดตามไปด้วย

ปีนี้จึงอาจยังไม่ใช่ปีของการตะบี้ตะบันสร้างหนี้เพื่อกระตุ้นการลงทุนของหลายๆ ประเทศ

เมื่อเขาเจ็บ เราจะได้ไม่ต้องเจ็บ (มาก) ตามเขาไปด้วย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน