
นายกฯบอกไทยพร้อมเชื่อมจีนกับอาเซียน
นายกฯบอกไทยกำลังมุ่งมั่นสร้างความปรองดองในประเทศพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมจีนกับอาเซียน
นายกฯบอกไทยกำลังมุ่งมั่นสร้างความปรองดองในประเทศพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมจีนกับอาเซียน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างปาฐกถาไทย-จีน กับนักลงทุนและภาคเอกชนจีน ระหว่างการเยือนประเทศจีนว่า ประเทศไทยกำลังปรับสมดุลภายในทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ด้วยการที่รัฐบาลมุ่งมั่นสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของประเทศไทย และพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงประเทศจีนกับอาเซียน
ด้านเว็บไซต์ www.thaigov.go.th รายงานภารกิจนายกรัฐมนตรีว่า เวลา 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนายกฯและคณะเดินทางไปยังโรงเรียนพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "พัฒนาการความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์ไทย - จีน" ณ โรงเรียนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในเวลา 09.30 น. ณ ตึกจงเหอโหลว ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียน รอให้การต้อนรับ ณ เชิงบันได จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียน
จากนั้น มีการลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนการกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "พัฒนาการความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์ไทย - จีน"โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ปัจจุบันจีนเติบโตในทุกมิติ และมีเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกในไม่นานนี้ ซึ่งการเติบโตของจีน ก็เป็นสิ่งท้าทายว่าการเติบใหญ่เป็นไป "อย่างสันติ" ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยเข้าใจในเรื่องนี้และพร้อมให้ความร่วมมือในการส่งเสริมบทบาทของจีนในภูมิภาคผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งในกรอบอาเซียน+ 1 อาเซียน + 3 การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และการประชุมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียและแปซิฟิก (APEC)
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า จีนได้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไทยในการฟื้นฟูประเทศจากมหาอุทกภัยเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาและไทยได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาประเทศโดยได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า สองฝ่ายต้องมีการหารือในเชิงยุทธศาสตร์อย่างใกล้ชิด สิ่งที่ประสงค์จะเห็นในอนาคตอันใกล้คือ การมีเครือข่ายมิตรของไทย หรือ "Friends of Thailand" ซึ่งหวังว่า จะเห็นหลายท่านที่อยู่ในที่นี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงและเป็นมิตรของไทยในอนาคตต่อไป ไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหนึ่ง ในผู้ก่อตั้งสมาคมอาเซียน ในขณะที่จีน เป็นประเทศคู่เจรจาที่เก่าแก่และมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียน ดังนั้นไทยและจีนควรใช้กรอบ ความร่วมมืออาเซียนในการจัดการกับความท้าทายร่วมกันของภูมิภาค ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและการลงทุนร่วมกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า ในโอกาสที่มาเยือนโรงเรียนพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันนี้ ขอชื่นชมในความสำเร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางและแนวนโยบายแก่รัฐบาลจีนในการบริหารและพัฒนาประเทศ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้จีนเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวไกล มีการพัฒนาประเทศและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สร้างประโยชน์สุขให้กับชาวจีน และส่งเสริมบทบาทที่สร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความหวังว่า จะร่วมมือกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย - จีนในยุคใหม่ที่เราจะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านเพื่อประเทศชาติและประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจน เพื่อเสถียรภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและประชาคมโลกโดยรวมสืบไป
จากนั้น เวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ณ โรงแรม China World Summit Wing กรุงปักกิ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พบและหารือข้อราชการกับ นายหวัง ฉีซาน รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนการสัมมนาระหว่างอาหารกลางวัน "Business Luncheon" โดยมีการหารือ สรุปดังนี้ รัฐบาลจีนยินดีส่งเสริมและให้ความร่วมมือในการพัฒนาการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้นในทุกสาขา ส่วนรัฐบาลไทยก็มีความยินดีต้อนรับนักลงทุนจีนและพร้อมจะดูแลและอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อให้การค้าและการลงทุนซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีความก้าวหน้าและบรรลุเป้าหมาย คือให้มูลค่าการค้าบรรลุ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ในปี 2016 นี้







