
ตื่นตัวรับแผ่นดินไหวคนอันดามันไม่แตกตื่น
ผ่านไปข้ามคืน นับแต่แรงสะเทือนแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ ศูนย์กลางในพื้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สร้างความหวาดผวา ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งบ้านเรือนเสียหายอีก 34 หลัง ก็เกิดแผ่นดินไหวซ้ำหรืออาฟเตอร์ช็อก ขนาด 3.1-4 ริกเตอร์ ตามมาอีกนับสิบครั้ง
ผ่านไปข้ามคืน นับแต่แรงสะเทือนแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ ศูนย์กลางในพื้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สร้างความหวาดผวา ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งบ้านเรือนเสียหายอีก 34 หลัง ก็เกิดแผ่นดินไหวซ้ำหรืออาฟเตอร์ช็อก ขนาด 3.1-4 ริกเตอร์ ตามมาอีกนับสิบครั้ง
แม้วิถีชีวิตของคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับคนในพื้นที่ศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ ต.ศรีสุนทร แล้ว พวกเขายังวิตกต่อความแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางเหนียว ในพื้นที่หมู่ 7 ของ ต.ศรีสุนทร ซึ่งมีขนาดความจุ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่จากการสำรวจรอบบริเวณอ่างเก็บน้ำโดยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กรมทรัพยากรธรณี และฝ่ายปกครอง ไม่พบความเสียหาย หรือสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
สมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การตรวจสอบสภาพอ่างเก็บน้ำดังกล่าว เนื่องจากห่วงใยความรู้สึกและความกังวลของพี่น้องประชาชน ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยตาเปล่าไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่จะนำผลจากการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์มาประกอบด้วย
ด้าน สุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวน่าจะใกล้เคียงกับชุมชนบ้านลิพอนบางขาม เป็นผลมาจากการถูกรบกวนของรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต แต่เนื่องด้วยรอยเลื่อนหยั่งลึกลงไปในใต้ดินเป็นแนวเฉียง พาดผ่านใต้พื้นดิน เมื่อรอยเลื่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงส่งแรงขึ้นบนพื้นดินในแนวดิ่ง ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้แผ่นดินของเกาะภูเก็ต
ด้าน อำนาจ ตันติธรรมโสภณ นักวิชาการด้านธรณีวิทยา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าภูเก็ตยังโชคดี เพราะธรณีสัณฐานเป็นหินแกรนิตจะสามารถดูดซับพลังจากแผ่นดินไหวไม่ให้สะท้อนกลับได้ แต่ก็ต้องมีการเฝ้าระวังในจุดที่รุนแรง
ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ไม่กังวลต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้มากนัก สมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า อาจจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวคนไทยบ้างในระยะสั้นๆ แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ไม่น่าจะมีผลกระทบ เพราะเข้าใจในเรื่องของภัยธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ที่สำคัญคือ ระบบเตือนภัยและการอพยพซึ่งจะต้องมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็เห็นว่า แผนการอพยพนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
กรรณิกา เอี้ยวสกุล เลขาธิการสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคใต้ เห็นว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นข้อบกพร่องเมื่อมีการแจ้งเตือนพบว่า ชาวบ้านหลายพื้นที่ยังไม่รู้เป้าหมายว่าจะอพยพไปจุดใด สร้างความโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง เสนอให้มีการสร้างอาคารหลบภัยพื้นที่ชายฝั่งทะเล
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้จังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน ซึ่งเคยเผชิญวิกฤตคลื่นยักษ์สึนามิมาแล้ว ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือมากยิ่งขึ้น
สำเนียง มณีรัตน์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ได้กำหนดซ้อมแผนป้องกันและรับมือพิบัติภัยให้กับชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย 15 ชุมชนเพื่อสร้างความพร้อม รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขแนวเส้นทางอพยพหลบภัยและจุดที่หลบภัยที่พบยังมีปัญหาหรือมีข้อบกพร่อง







