
รักคลั่งไคล้สไตล์สาวกทักษิณ
แม้คนไทยในฝั่งไทยจะสนุกสนานมหาสงกรานต์แต่ฝั่งเพื่อนบ้านก็มีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งคึกคักเช่นกันที่ได้พบเจอคนคนที่พวกเขาคลั่งไคล้ราวซุปเปอร์สตาร์
โดย.....ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
แม้คนไทยในฝั่งไทยจะสนุกสนานมหาสงกรานต์แต่ฝั่งเพื่อนบ้านก็มีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งคึกคักเช่นกันที่ได้พบเจอคนคนที่พวกเขาคลั่งไคล้ราวซุปเปอร์สตาร์
นั่นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บางคนถึงขั้นยกให้เป็นผู้มีพระคุณของเขา เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งญาติในบ้านของเขาก็ว่าได้ หลังจากยกคณะเดินทางเข้าฝั่งลาวสัมผัสตัวเป็นๆ ผู้มีพระคุณของเขาแล้ว เหล่าคณะก็ได้เวลาเก็บกระเป๋าไปแสดงความรักซาบซึ้งกันต่อที่กัมพูชาในวันที่ 14 เม.ย.นี้
บรรดาแฟนคลับทักษิณที่อุตสาห์ข้ามฝั่งมาลาวที่แม้จะไม่ถึงหมื่นคนตามคำคุยโวของแกนนำเสื้อแดง แต่จำนวนคนหลักพันก็เพียงพอสำหรับความมั่นใจในการเบิกทางกลับไทยเร็วๆนี้
ควันหลงจากฝั่งลาว ส่งผ่าน สิรวิช พิมกลาง ชาวบ้านจ.สกลนคร สะท้อนว่า การมาครั้งนี้ของพ.ต.ท.ทักษิณที่ต้องการให้ประชาชนที่ยังรักและคิดถึงได้พบเจอตัวเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง แต่ว่าการรักษาความปลอดภัยของทางการลาว ยอมรับว่าเข้มงวดมากเกินไป เพราะทำให้ประชาชนคนอื่นซึ่งเดินทางมาไกล ไม่สามารถได้ใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณอย่างที่หวัง
ทั้งนี้ ตนเองเคารพและก็เข้าใจกฎหมายของทางสปป.ลาวที่มีความเข้มงวดสูง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของประเทศลาว แต่อยากให้เปิดโอกาสให้มากกว่านี้ หากมีการจัดงานที่ลาวในครั้งหน้า เพราะถึงยังไงเราก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกัน รวมถึงภาษาที่ใช้ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก จึงอยากให้ทางการลาวเห็นใจคนที่อยากพบอยากเจอพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
ขณะที่ชาวบ้านจากจ.นครพนม บอกว่า เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวรวม 5 คน และการเดินทางมาครั้งนี้ก็หวังว่าอยากจะเจอพ.ต.ท.ทักษิณอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งอยากกอดอยากหอม แต่ว่าการทำหน้าที่รักษาความปลอดของลาวนั้น เข้มงวดมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงตัวพ.ต.ท.ทักษิณได้
อย่างไรก็ดี ตนก็ชื่นชมการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลาว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้จำเป็นต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอนว่าประเทศลาวได้รับความเสื่อมเสียแน่นอน
ส่วนครั้งนี้คงต้องยอมรับว่าผิดหวัง ที่ไม่ได้พบพ.ต.ท.ทักษิณอย่างใกล้ชิดตามที่คาด แต่ก็ยังดีใจที่มาแล้วยังได้เจอ และได้รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยตามที่มีการปล่อยข่าวก่อนหน้านี้ว่าท่านป่วยเป็นโรคมะเร็ง อย่างไรก็ดี ภาวนาให้พ.ต.ท.ทักษิณจัดงานอย่างนี้อีก เพื่อให้คนที่รักและชื่นชอบได้มีโอกาสเจอ
นางละออง ชื่นใจ ชาวบ้านอ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย บอกว่า ได้ขับรถข้ามฝั่งมาด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมานอนพักที่บ้านญาติในเมืองเวียงจันทน์ เนื่องจากต้องการมาร่วมงานพิธีบายศรีสู่ขวัญพ.ต.ท.ทักษิณให้ทันเวลา แต่เมื่อมาก็ต้องพบกับความแปลกใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัย
เนื่องจากของไทยไม่ได้เข้มงวดอะไรกันขนาดนั้น โดยเฉพาะการห้ามเข้าใกล้พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะกังวลว่าจะได้รับอันตรายจากผู้ไม่หวังดี รวมถึงวิธีการในการดำเนินการดูดุดัน แตกต่างจากของไทยที่ใช้วิธีการละมุนละม่อมกว่า แต่ก็เข้าใจว่าการดูแลของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน
ทั้งนี้ การประสานงานของเจ้าหน้าที่ดูไม่เป็นระบบ หรือขั้นตอน สับสนวุ่นวาย เพราะเดี๋ยวจะให้ไปอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก อย่างไรก็ดี ก็ต้องเข้าใจว่าต้องการคุ้มครองพ.ต.ท.ทักษิณให้ได้รับความปลอดภัย เพราะมีกระแสข่าวต่างๆมากมาย ที่ไม่ดีออกมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ก็ขอชื่นชมการทำหน้าที่เช่นกันแม้จะมีเหตุการณ์ชุลมุนไปบ้างก็ตาม ท้าวสิงห์โชเฟอร์ขับรถ บอกว่า วันนี้ดีใจที่ได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดก็ตาม และยอมรับว่าชื่นชอบในตัวพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอย่างมาก ตอนสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะท่านเป็นคนแก่ง ซึ่งจากการได้ติดตามข่าวจากไทยต่อเนื่อง ถือว่าท่านเป็นคนเอาใจใส่ประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจนที่ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถปลดหนี้ไอเอ็มเอฟให้กับประเทศไทยได้ จึงทำให้มองว่าท่านเป็นคนเก่งมาก อีกทั้งสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี การนำเข้าสินค้าจากฝั่งไทยราคาไม่แพงเท่ากับปัจจุบัน ทำให้ค่าครองชีพทุกวันนี้แพงขึ้นมาก
อย่างไรก็ดี เรื่องการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สปป.ลาว ในการอารักขาพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ตัวนั้น ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีมาก อีกทั้ง ยังเป็นครั้งแรกที่บุคคลสำคัญมาเยือนลาว พร้อมทั้งมีมวลชนตามมาให้กำลังใจ รองจากการประชุมอาเซียนซัมมิทในครั้งที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ไกด์สาวชาวลาวซึ่งเป็นผู้นำทัวร์กรุ๊ปคนเสื้อแดงจากจ.อุดรธานี มาพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่ท่านมา เพราะท่านทักษิณเป็นคนเก่ง เนื่องจากตอนสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เศรษฐกิจของประเทศลาวดีขึ้นตามไปด้วย ค่าครองชีพก็ไม่แพงโดยเฉพาะราคาน้ำมัน
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ลาวก็ได้รับผลกระทบตามประเทศไทย ค่าครองชีพสูงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ เหตุการณ์การยึดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 51 ทำให้ส่งผลกระทบต่อลาวหนักมาก
เนื่องจากต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประตูสู่อาเซียน เมื่อมีการยึดสนามบินครั้งนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางเข้ามายังประเทศลาว ทำให้รายได้สูญเสียรายได้เข้าประเทศไปเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสินค้าของลาวส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศไทย เมื่อไทยมีปัญหาในประเทศ การส่งออกที่มาจากไทยสู่ลาวก็กระทบ ทำให้ราคาสินค้าในลาวสูงขึ้น
ทั้งนี้ ก็ได้แต่หวังว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับประเทศไทย และมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพราะประเทศไทยก็จะดีขึ้น ที่สำคัญยังส่งผลดีต่อประเทศลาวด้วย







