
วาระของสังคม
ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี จะมีประชาชนนับสิบล้านคนพากันเดินทางออกจากเมืองหลวงกลับสู่บ้านเกิด ช่วงวันหยุดสงกรานต์จึงถือเป็นห้วงเวลาที่มีประชาชนเสียชีวิต ทั้งจากการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลจำนวนไม่น้อยทีเดียว สาเหตุหลักก็ล้วนมาจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา หรือขับขี่ยานพาหนะโดยประมาทแทบทั้งสิ้น
ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี จะมีประชาชนนับสิบล้านคนพากันเดินทางออกจากเมืองหลวงกลับสู่บ้านเกิด ช่วงวันหยุดสงกรานต์จึงถือเป็นห้วงเวลาที่มีประชาชนเสียชีวิต ทั้งจากการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลจำนวนไม่น้อยทีเดียว สาเหตุหลักก็ล้วนมาจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา หรือขับขี่ยานพาหนะโดยประมาทแทบทั้งสิ้น
7 วันอันตรายในแต่ละปีที่รัฐกำหนดขึ้นมา จึงเป็นเสมือนสัญญาณที่กระตุ้นเตือนให้บรรดานักเดินทางได้ตระหนักรู้ และเตือนสติตัวเองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเท่านั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐและอาสาสมัคร โดยเฉพาะตำรวจทุกนายที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยในการสัญจรให้กับประชาชนอย่างเข้มงวด ก็ทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่นำไปสู่การสูญเสียเฉพาะหน้า คุมเข้มเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ประกาศ เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนเท่านั้น การทำงานจึงขาดการต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ สถิติการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยจึงมีอัตราการเร่งตัวสูงอย่างต่อเนื่องทุกปี และไม่ได้จำกัดวงแคบอยู่เฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลขึ้นปีใหม่เท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
ดังนั้น มาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หรือลดความสุ่มเสี่ยงที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและต้องตระเตรียมมาตรการให้พร้อมอยู่ตลอดเวลาและทำอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนมนุษย์นั้นถือว่าเป็นต้นทุนที่แพงและหาค่าไม่ได้ รัฐบาลต้องตระหนักในเรื่องชีวิตของคนเป็นที่หนึ่ง
แต่ดูเหมือนว่า มาตรการของรัฐบาลในระยะที่ผ่านมาจะให้น้ำหนักในด้านการปกป้องน้อยกว่าการปราบปราม หรือการป้องกันปัญหา รัฐบาลมุ่งแต่กระตุ้นให้มีการซื้อรถยนต์ ผ่านโครงการคืนเงินซื้อรถยนต์คันแรกที่กำลังจะเพิ่มปริมาณรถยนต์บนท้องถนนอีกนับแสนคัน แต่ขาดซึ่งมาตรการกำจัดปัญหา หรือขาดซึ่งการนำกฎหมายมาใช้อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น
คนในสังคมจึงเห็นกันเป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาผู้ขับขี่รถแล้วทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนยังขับขี่รถยนต์ตามปกติ โดยไม่มีการยึดใบขับขี่ หรือคุมเข้มในเรื่องการขับขี่รถยนต์เพื่อป้องปราม
นอกจากนี้ มาตรการบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมาจะต้องนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ต้องไม่มีการอะลุ่มอล่วยอย่างเด็ดขาด
เพราะผู้ขับขี่เหล่านี้พร้อมที่จะก่อให้อุบัติเหตุสร้างความสูญเสียให้กับทั้งตัวเองและผู้ขับขี่อื่นได้ทุกวินาที การลงโทษต้องหนักหน่วงเพื่อให้เข็ดหลาบ กระทั่งการยึดใบขับขี่ไม่จับพวงมาลัยไปตลอดชีวิต
เจ้าหน้าที่ตำรวจและกฎหมายจะต้องไม่ประนีประนอมกับผู้ขับขี่ที่เป็นต้นเหตุแห่งการสูญเสีย เพียงเพื่อแลกกับเงินสินบนไม่กี่ร้อยบาท ขณะเดียวกันสังคมต้องช่วยกันตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมายด้วยเช่นกัน







