posttoday
ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

10 เมษายน 2555

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

พุสดี สิริวัชระเมตตา

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้เข้าจับจองพื้นที่รอบๆ ท้องสนามหลวงตลอดแนวเส้นทางริ้วขบวนในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อชมความงดงามวิจิตรของริ้วขบวน และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติในวันที่ 9 เม.ย.

หริพร ทองประสิทธิ แม่บ้านอายุ 70 ปี ออกเดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี เข้ากรุงเทพมหานครตั้งแต่ตี 5 เพื่อจะจับจองจุดชมพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด เธอตั้งใจชมริ้วขบวนพระอิสริยยศพร้อมกับร่วมส่งเสด็จ แต่ก็รู้สึกเสียดายยิ่งที่ไม่ได้อยู่ร่วมพระราชพิธีถึงช่วงเย็น ภายหลังถวายดอกไม้จันทน์ที่ซุ้มมณฑลพิธีท้องสนามหลวงบริเวณท่าช้าง 1 เสร็จก็ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา

เช่นเดียวกับ กาญจนา ศิริถาวร อายุ 77 ปี ที่เดินทางมาด้วยกัน ระบุว่า นอกเหนือจากความตั้งใจมาร่วมแสดงความอาลัยแล้ว ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่แสดงถึงราชประเพณีของไทย ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของชีวิตที่ตัวเองจะได้เห็นและมีส่วนเข้าร่วมอย่างใกล้ชิด

พนิดา สาชนะ ที่เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี กล่าวว่า เดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยได้เตรียมทั้งร่มและพัดมาด้วยเพราะเกรงว่าอากาศจะร้อน แต่กลับไม่เป็นดังคิด เนื่องจากฝนได้ตกลงมาตั้งแต่เที่ยงคืน

“คิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์อยู่เหมือนกันที่อากาศที่ร้อนอยู่หลายวันกลับกลายเป็นมีฝนตกลงมา อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะงานร่วมแสดงความอาลัยจากสวรรค์เบื้องบน” พนิดา กล่าว

ชนิดา ฝักขิม แม่ค้าจากตลาดปากเกร็ด เล่าว่า เข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญมาตลอดเพื่อเป็นเกียรติประวัติต่อตัวเองที่ต้องการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยหลังจากชมริ้วขบวนในช่วงเช้าจะเดินไปชมงานและบรรยากาศรอบๆ เพื่อร่วมพระราชพิธีไปตลอดจนถึงช่วงเย็น

ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

 

ขณะที่ อัยรา เชื้อบุญสกุล แม่บ้านจาก จ.ราชบุรี โดยสารรถไฟมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาร่วมพระราชพิธีเช่นกัน เธอมาพร้อมกับอุปกรณ์ประดิษฐ์ ดอกไม้จันทน์ ที่รับบริจาคมาจากเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่สามารถเดินทางมาร่วมพระราชพิธีครั้งนี้ได้

วีระศักดิ์ ทรวดทรง วัย 80 ปี จากเมืองปากน้ำ เดินทางมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า พร้อมลูกสาว กล่าวว่า ตั้งใจเข้าร่วมพระราชพิธีเพราะต้องการจะชมความงามของริ้วขบวนที่ไม่ได้หาชมง่ายๆ ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เข้าร่วมส่งเสด็จเจ้าฟ้าฯ ที่ทรงช่วยเหลือประชาชน

ด้าน มาลิน นาคสมบูรณ์ คุณยายวัย 75 ปี เดินทางมาปักหลักที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ 7 โมงเช้าด้วยตัวคนเดียวระบุว่า ด้วยความตั้งใจที่ต้องการจะส่งเสด็จเจ้าฟ้าฯ สู่สวรรคาลัย คุณยายมาลินเลือกที่นั่งเฝ้าด้านหน้าของริ้วขบวน พนมมือพร้อมธูป 1 ดอก และเทียน 1 เล่ม

“ยายดูโทรทัศน์ได้ยินคุณธงทอง จันทรางศุ บอกว่า สมัยก่อนคนโบราณไม่มีอะไรมากก็จะพนมมือถือธูป 1 ดอก เทียน 1 เล่ม ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ยายก็เลยทำตาม ด้วยการถือธูปเทียนเคลื่อนตามพระโกศ”

กฤติกา จรรยาสถิต อาชีพรับราชการในกระทรวงสาธารณสุข วัย 51 ปี เล่าด้วยความปลาบปลื้มใจว่า นอกจากมาร่วมชมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว ยังมาเฝ้าดูลูกชาย ศตวรรษ จรรยาสถิต นักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ 1 วัย 20 ปี ที่ได้เป็นตัวแทนนักเรียนนายเรืออากาศเดินในริ้วขบวนที่ 2 ด้วย

“ครั้งนี้ถือเป็นความโชคดีที่บรรดานักเรียนนายเรืออากาศรุ่นพี่ๆ ติดกิจกรรมอื่นๆ กันหมด น้องๆ ชั้นปี 1 จำนวน 80 คน จึงได้เป็นตัวแทนมาเข้าร่วมในพระราชพิธีแทน ครั้งแรกที่ลูกชายบอกว่าได้เดินในริ้วขบวนก็รู้สึกปลาบปลื้ม ซึ่งลูกชายใช้เวลาฝึกซ้อมนาน 1 เดือน โดยไม่ได้กลับบ้านเลย

เธอบอกว่า ลูกจะต้องฝึกยืนนานวันละ 5 ชั่วโมง เพื่อฝึกความอดทน หัวอกคนเป็นแม่ก็รู้สึกดีที่ลูกมีโอกาสได้ถวายงานครั้งนี้ แม่ก็รู้ว่าลูกชายก็รู้สึกดีใจ และยินดีที่จะถวายงานครั้งนี้ วันนี้ก็ตื่นมาตั้งแต่ตี 5 เพื่อมาเฝ้าลูก เห็นลูกแต่งชุดราชวัลลภสีฟ้าแล้วก็สวยงาม ถือเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลมากๆ

ทาล คลาซ์ นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เดิมทีตั้งใจจะเดินทางมาเยี่ยมชมความงามของพระบรมมหาราชวัง แต่มาตรงกับงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จึงถือโอกาสตามริ้วขบวนมาชื่นชมความงาม ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีเช่นนี้แล้ว ยังเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ประเทศอิสราเอลไม่มี โดยส่วนที่ประทับใจมากที่สุดคือความสวยงามของริ้วขบวน เสื้อผ้าหลากสีสันของผู้ร่วมขบวน

ด้าน แอล เจอเรด อาสาสมัครประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวเนเธอร์แลนด์ วัย 67 ปี กล่าวว่า มาพร้อมสามีและเพื่อนตั้งแต่ตี 5 ครึ่งเพื่อเฝ้าชมความงดงามของริ้วขบวน ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมที่สวยงามของประเทศไทย สอดคล้องกับความเห็นของ เรย์มอนด์ เลอมีเยอ เพื่อนอาสาสมัครชาวแคนาดา ซึ่งระบุว่า เนื่องจากอยู่เมืองไทยมานานถึง 17 ปี ทำให้ได้มีโอกาสชมพระราชพิธีในลักษณะนี้มาแล้ว ตั้งแต่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ก็ยังรู้สึกประทับใจในความงดงามอย่างมาก

“เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนตอนที่มีซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีก็ได้มีโอกาสมาเข้าชมแล้วครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ก็มาอีก เพราะชอบในความสวยงาม ทั้งเสื้อผ้า ธงประดับภายในริ้วขบวน เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากแคนาดาซึ่งไม่มีประเพณีที่สวยงามและน่าประทับใจเช่นนี้” เลอมีเยอ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค