posttoday
ปั้นโอท็อป-เอสเอ็มอีตีตลาดอาเซียน

ปั้นโอท็อป-เอสเอ็มอีตีตลาดอาเซียน

08 เมษายน 2555

ปูสั่งการผู้ว่าฯปลุกสินค้าเกษตร แก้ปากท้องเดินตลาดทุกอาทิตย์

ปูสั่งการผู้ว่าฯปลุกสินค้าเกษตร แก้ปากท้องเดินตลาดทุกอาทิตย์

นายกฯ มอบนโยบายให้ผู้ว่าฯ ซีอีโอ ปลุกปั้นสินค้าเกษตรในระดับจังหวัดขึ้นสินค้าโอท็อป เพื่อรับมือตลาดอาเซียนที่จะเปิด

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยมอบนโยบายให้แต่ละจังหวัดขับเคลื่อนเรื่องผลผลิตการเกษตรที่ตกต่ำ สำรวจสินค้าการเกษตรที่โดดเด่นในพื้นที่ และให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้า

นายกฯ กล่าวว่า แต่ละจังหวัดต้องดูถึงระบบนิเวศในกลุ่มต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ซึ่งจะได้เป็นการวางแผนระยะยาวในแต่ละจังหวัด จากนั้นให้กลุ่มจังหวัดนำแผนมาพัฒนาร่วมกันเพื่อให้เกิดการวิจัยพัฒนาไปในรูปแบบเดียวกัน จากนั้นเป็นการพัฒนาสินค้าโอท็อปในแต่ละจังหวัดเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเปิดประตูสู่อาเซียนในอีก 3 ปี ดังนั้นทุกจังหวัดจะต้องมีแผนพัฒนาว่าจะดำเนินการอย่างไร

นายกฯ ได้มอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำเวิร์กช็อป แล้วนำรายละเอียดที่ได้มาพิจารณาวางแผนร่วมกัน

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ โฆษกส่วนตัวนายกฯ ได้ลงสำรวจตลาดนางเลิ้ง พร้อมรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านรุ่งเรือง ก่อนซื้อหาของฝากจากตลาดโบราณแห่งนี้ ทั้งนี้นายกฯ มีแนวคิดที่จะลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดต่างๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ตลาด เพื่อจะได้แก้ปัญหาในเรื่องข้าวของราคาแพงได้ตรงจุด

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง โอกาสประเทศไทยในเวทีอาเซียน ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีนักธุรกิจและภาคเอกชนจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน ว่าประเทศไทยต้องเร่งยกระดับการค้าในเวทีอาเซียน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องรีบขยายการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความได้เปรียบคู่แข่ง หลังจากเปิดเสรีอาเซียนปี 2558 ตลาดไทยจะใหญ่ขึ้นเป็น 10 เท่า จาก 64 ล้านคน เป็น 600 ล้านคน หากเอสเอ็มอียังยืนอยู่จุดเดิมทำให้เสียเปรียบชาติอาเซียนด้วยกัน เพราะมีแรงงานมากกว่าและค่าจ้างถูกกว่าไม่ได้

นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องของการส่งเสริมเอสเอ็มอีต้องพยายามสำรวจตลาดใหม่ที่เกิดและพื้นที่ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงินต่างๆ ต้องไปดำเนินการจัดหากองทุนพิเศษ เพื่อให้ออกไปสำรวจพื้นที่ สำรวจตลาด ไปหาบริษัทใหญ่ๆ ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงในการที่จะย้ายเอสเอ็มอีไปตั้งโรงงานนอกประเทศ ไปตั้งธุรกิจด้านการผลิตสินค้า ด้านการบริการจะต้องส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเหล่านี้ออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“เรามีบริษัทใหญ่ๆ ที่ออกไปแล้วหลายบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เช่น ปตท. สยามซีเมนต์ กรุ๊ป และซีพี ซึ่งบริษัทเหล่านี้ออกไปแล้วประสบความสำเร็จ ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็มอี นอกจากนั้นธนาคารต่างๆ ที่มีสาขาในต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็ต้องทำตัวเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็มอีที่จะย้ายออกไป เพราะหากเราไม่มีการออกไปลงทุน และเขาก็ไม่เข้ามาลงทุนกับประเทศไทยด้วย” นายสุรินทร์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว