posttoday
เกมรุกสันติภาพ

เกมรุกสันติภาพ

07 เมษายน 2555

เหตุคาร์บอมบ์โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า จ.สงขลา ตามด้วยระเบิด 3 ครั้ง

โดย...ปริญญา ชูเลขา

เหตุคาร์บอมบ์โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า จ.สงขลา ตามด้วยระเบิด 3 ครั้ง จ.ยะลา และปัตตานี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นับเป็นความรุนแรงที่สุดในรัฐบาลชุดนี้

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้กุมนโยบายด้านความมั่นคงของชาติ ได้มาถอดรหัสการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

ทำไมเลือกจังหวะเวลาและสถานที่ลี การ์เดนส์ ใจกลางเมืองหาดใหญ่อันเป็นสัญลักษณ์กล่องดวงใจเศรษฐกิจภาคใต้!?!

“ฝ่ายข่าวทราบมาล่วงหน้าแล้วว่าจะมีเหตุเกิดขึ้น และสรุปได้ว่าเหตุที่เกิดทั้งสามจังหวัดมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เนื่องจากมีหลักฐานที่เป็นชิ้นส่วนประกอบระเบิดที่ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนตรวจพบและรายงานเข้ามา”

อะไรคือเหตุจูงใจให้เกิดความรุนแรง พล.ต.อ.วิเชียร วิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่ชัดเจน ล่าสุดนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 ปี ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างใหม่ หลังมีกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

เกมรุกสันติภาพ

 

เลขาฯ สมช. บอกว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวถือเป็นนโยบายเชิงรุกทางการเมือง ขณะเดียวกันทางการทหาร โดยเฉพาะกองทัพภาค 4 มีความเข้มข้นในการจับกุมกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า นโยบายอันสำคัญ คือ การเมืองนำการทหาร และเศรษฐกิจพอเพียง โดยเห็นว่านโยบายฉบับนี้ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าให้ดำรงนโยบายการเมืองนำการทหารและการใช้พลังทางสังคมในการมุ่งปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีคิดของทุกฝ่าย จากการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหามาสู่การยึดมั่นแนวทางสันติวิธี

รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะมุ่งเน้นใช้การเมืองนำการทหารเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยทางสันติภาพที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี เพราะทุกครั้งที่จะมีการพูดคุยทางสันติภาพ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็จะต่อต้านเสมอ ตั้งแต่ปี 2550 โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา”

“เราไม่มองกลุ่มผู้เห็นต่างเป็นศัตรู และมุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มที่เลือกใช้ความรุนแรง มาเลือกใช้การต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ แทนที่การมุ่งปรับความคิด ความเชื่อ ในเชิงอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว” เลขาฯ สมช. กล่าว

ข้อมูลของเลขาฯ สมช.ยังทำให้ชวนวิเคราะห์ต่อไป

“แม้ในทางข่าว กลุ่มต่อต้านพยายามแสดงศักยภาพ แต่ยังเชื่อว่าเป้าหมายยังคงอยู่ในพื้นที่ แต่การกระทำครั้งนี้เป็นการทำเชิงสัญลักษณ์ แม้จะมีการวิเคราะห์กันไปถึงว่าเหตุที่เลือกโรงแรมลี การ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ เพราะโรงแรมนี้เคยเป็นสถานที่พูดคุยเจรจากันในสมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายู หรือ จคม. จึงถือเป็นการทำลายแนวทางการพูดคุยเชิงสันติภาพก็เป็นได้” อีกเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มก่อความไม่สงบออกมาตอบโต้ พล.ต.อ.วิเชียร ชี้ว่า เป็นเพราะรัฐบาลได้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการนำแนวทางการพัฒนาเข้าไปในพื้นที่และอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ คือ เดือนหน้าองค์การการประชุมอิสลาม หรือโอไอซี เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค.นี้ ส่วนปัจจัยย่อยๆ อื่น เช่น ใกล้เทศกาลสงกรานต์

ในขณะที่มีการพูดกันมากถึงการเปิดเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ในมุมมองของ สมช. อธิบายถึงวิธีการเจรจาไม่ใช่แค่ตั้งโต๊ะแลกเปลี่ยนสร้างเงื่อนไข แต่เป็นลักษณะพูดคุยเชิงสันติภาพ

“ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่ากระบวนการพูดคุยทางสันติภาพ คือ ต้องมีความเข้าใจ เกิดความไว้วางใจกันและกัน ไม่ใช่การไกล่เกลี่ยหรือการเจรจา เพราะจะเป็นการยกระดับฐานะกลุ่มก่อความไม่สงบ และการเจรจาต้องมีคนกลางมานั่งฟังนั่งเจรจา ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะไปพูดคุยต่อรองเหมือนกับคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. คือ ไม่มีการตั้งโต๊ะเจรจา ไม่มีแน่นอน ไม่มีการต่อรอง เพราะจะนำความรุนแรงมาต่อรองได้อย่างไร และก็ขัดหลักกฎหมายด้วยแต่มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้หลงผิด”

พล.ต.อ.วิเชียร ย้ำว่า ต้องเข้าใจว่ากระบวนการทางสันติภาพที่ทางรัฐบาลทำมา 5 ปี ย่อมมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการพูดคุยทางสันติภาพ เพราะแม้แต่เว็บไซต์ต่างๆ ที่นิยมชมชอบความรุนแรงก็ยังออกมาประณามเหตุที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ และเหตุที่เกิดขึ้นเพราะกลุ่มต่อต้านหวั่นเกรงว่าจะพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ จึงออกมาตอบโต้

พล.ต.อ.วิเชียร ยังเชื่อว่า ความพยายามของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงใช้ความรุนแรง ในขณะที่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเปลี่ยนจากใช้ความรุนแรงมาเป็นแนวทางต่อสู้เชิงสันติภาพ โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในที่สุดกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็จะเสียมวลชนในพื้นที่ไปเองโดยปริยาย

เมื่อมองมาตรการป้องกันการก่อเหตุจะมีการปรับปรุงอะไรบ้างหรือไม่ เลขาฯ สมช.ฉายภาพให้เห็นถึงการปรับกระบวนการตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร

“ภาครัฐจะเน้นการดำเนินการเพิ่มมาตรการป้องกันการก่อเหตุ เช่น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ผบ.ทบ. ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ สมช. ลงพื้นที่ไปกำชับและเพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น”

เช่น เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี ทั้งของภาครัฐที่เป็นผู้ลงทุนเองและขอความร่วมมือกับภาคประชาชนให้มาร่วมเป็นหูเป็นตา หรือการเพิ่มอาสาสมัครภาคประชาชนใน จ.สงขลา รวมถึงการยกระดับให้ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ กอ.รมน.ชั้น 1 คือมีการใช้กำลังดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเข้มข้นมากเป็นพิเศษ ที่นับเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety Zone รวมถึงการบูรณาการงานข่าวกรองทั้งจากส่วนกลางและพื้นที่ทุกส่วนงาน ไม่ว่าทหาร ตำรวจ หรืองานข่าวจากภาคประชาชน เป็นต้น

กลไกต่างๆ ที่ทำงานในภาคใต้จะมีการบูรณาการ โดยเรื่องแรกจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพงานข่าวโดยหน่วยปฏิบัติทั้ง กอ.รมน. หรือสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ จะไปปรับการทำงาน สำหรับงานการพัฒนาพยายามเร่งแก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นประธานคณะกรรมการทำงานโดยมี สมช.เป็นแกนกลางในการทำงานและฝ่ายประสานงาน ในขณะที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำงานยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยมีแผนและโครงการเข้าไป เช่น การยกระดับการศึกษา การดูแลความปลอดภัยในชุมชน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ดูจะทำการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้เกิดความสับสนตามมาหรือไม่ เห็นจะเป็นข้อเสนอของทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยเสนอเขตปกครองพิเศษ หรือการเลือกตั้งเลขาฯ ศอ.บต. ซึ่งในมุมมองเลขาฯ สมช.ไม่เห็นด้วย

“คงไม่ถึงขั้นจะให้มีการเลือกตั้งเลขาฯ ศอ.บต. และที่สำคัญต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่ เพราะหากมีการเลือกตั้งเลขาฯ ศอ.บต. จะต้องเลือกตั้งแม่ทัพภาค 4 ด้วยหรือไม่ หรือการให้3 จังหวัดรวมกันเป็นเขตปกครองพิเศษจะกลายเป็นรัฐผสมหรือไม่อย่างไร เพราะประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว

ทั้งนี้ เลขาฯ สมช. แนะว่า ควรกลับไปดูนโยบายและยุทธศาสตร์ใหม่ที่ผ่านสภาได้กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว เพียงต้องพิจารณากันว่าจะมีการกระจายอำนาจแค่ไหนอย่างไร เพื่อไม่ให้ขัดหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เช่น การกระจายอำนาจแบบองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เกี่ยวกับการนำรายได้ในท้องถิ่นมาพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นการกระจายอำนาจด้านเศรษฐกิจ นอกจากการกำหนดนโยบายให้เข้ารูปเข้ารอย ในแง่กับประเทศเพื่อนบ้าน เลขาฯสมช.เห็นว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

“เรามีประเด็นเรื่องคน 2 สัญชาติ ซึ่งล่าสุดได้รับความร่วมมืออย่างดีในการให้พี่น้อง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย หรือการสร้างสะพานข้ามระหว่างไทยมาเลย์ เพื่อให้เกิดการพัฒนากันมากขึ้น และมาเลเซียพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเต็มที่ เพื่อให้ยุติปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ เพราะไม่ต้องการให้ปัญหาลุกลามเข้าไปในประเทศมาเลเซียด้วย

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลจะยืนยันกับโอไอซีว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงเคารพในความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยจะไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เลขาฯ สมช. ยังกล่าวถึงการเดินทางไปเยือนมาเลเซียของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา สะท้อนสัญญาณความร่วมมือที่ดีมาก

“มาเลเซียมีท่าทีสนับสนุนรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน โดยท่านนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย ยืนยันหนักแน่นว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศของไทย ความพยายามแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภายใต้รัฐธรรมนูญไทยด้วยสันติวิธี และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เองก็ต้องปฏิเสธการใช้ความรุนแรงและลัทธิสุดโต่งต่างๆ พร้อมกับการเคารพพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ไทยจะต้องทุ่มการแก้ไขปัญหาด้านการพัฒนา”

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ