
มาร์คแนะอย่าเอาทักษิณเป็นตัวตั้งสร้างปรองดอง
อภิสิทธิ์ ย้ำทางออกปรองดองมี แต่ต้องไม่เอาประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวตั้ง ขณะที่ มติสภา 307 เสียงส.ส.โหวตรับรองรายงานปรองดอง
อภิสิทธิ์ ย้ำทางออกปรองดองมี แต่ต้องไม่เอาประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวตั้ง ขณะที่ มติสภา 307 เสียงส.ส.โหวตรับรองรายงานปรองดอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณถึงการประชุมสภาในคืนที่ผ่านมา ( 5 เม.ย.) ว่า สำหรับการอภิปรายนั้นถือว่าพูดกันได้กว้างขวาง โดยเฉพาะการอภิปรายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหาการปรองดองว่ามีคู่ขัดแย้งที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคู่กรณีกับหลายกลุ่ม นอกจากนี้ ตนยังได้เสนอเงื่อนไขที่ดีกว่าของนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือ ไม่ต้องนิรโทษกรรมตน และนายสุเทพ ทั้ง 2 คน เพื่อแลกกับการไม่นิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว คือ 2 แลก 1
“ผลในทางการเมื่อคืนนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรโดยทางรัฐบาลเสียงข้างมาก 370 เสียง ก็ได้ลงมติเห็นชอบกับข้อเสนอข้อสังเกตในรายงานที่กรรมาธิการ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยกลิน เป็นประธาน ฯเพื่อส่งให้รัฐบาล"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า หลังจากที่ได้เสนอข้อเสนอ 2 ต่อ 1 แล้ว ก็คงต้องจับตาดูว่าจะมีการดำเนินการในลักษณะไหนอย่างไร พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ว่าจะใช้ความชอบธรรมในเชิงหลักวิชาการใดเพื่อนำไปสู่การล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ไม่เรียกว่าเป็นความชอบธรรม
“ก็ยังไม่มีคำตอบครับ คงต้องจับตาดูต่อไปนะครับ ว่าตกลงแล้วจะมีการดำเนินการในลักษณะไหนอย่างไร อ้างอะไรอย่างไร แต่ขอยืนยันอีกครั้งครับว่า ความชอบธรรมในเชิงหลักวิชาการอะไรต่างๆ ที่จะนำไปสู่การล้างผิดเพื่อให้คุณทักษิณนั้นคงไม่มีความชอบธรรมหรอกครับ”
ต่อคำถามว่าภายหลังจากการประชุมสภา 2 วัน พอจะมีทางออกหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทางออกนั้นมีอยู่แล้ว ถ้าไม่เอาประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นตัวตั้ง
“ทางออกมันมีอยู่แล้ว เมื่อวานนี้ก็หลายคนก็เสนอนะครับ คุณสุเทพก็เสนอ คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี ก็เสนอ ผมก็เสนอ ว่ามันมีทางออกอย่างไร ถ้ามันไม่เอาประโยชน์ของคุณทักษิณมาเป็นตัวตั้ง เอาประโยชน์ของส่วนรวม ประโยชน์ของประเทศ ประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มมา คำตอบมันก็มี ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร แต่ถ้าจำเป็นต้องตอบโจทย์คุณทักษิณคนเดียวนั่นแหละคือปัญหา"
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า การรับแนวคิดของสถาบันพระปกเกล้าไปก็คือต้องไปทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็น แต่ถ้าเอาแนวคิดของสถาบันพระปกเกล้าไปแล้วไปทำอย่างอื่น ต้องถือว่าไม่ใช่ทำตามแนวคิดของสถาบันพระปกเกล้าง
“รัฐบาลก็น่าที่จะนำเอา ประเด็นหลักว่าบัดนี้มีการศึกษาโดยสภา โดยพระปกเกล้า ประเด็นต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องมาพูดคุยกันเกี่ยวกับการปรองดองนั้นก็ถือว่ารับรู้รับทราบแล้วว่าเป็นประเด็นไหนอย่างไร เมื่อรับรู้รับทราบแล้ว ก็พึงที่จะเอาเรื่องนี้ไปเข้าสู่กระบวนการของการสานเสวนา พูดคุยกัน ซึ่งการพูดคุยนั้นก็ควรจะเลือกใช้กลไกเวที ที่มีความเหมาะสม ความจริงแล้วสถาบันพระปกเกล้าเองเขาก็ได้เสนอตัวเข้ามา แล้วเขาก็อยู่ในฐานะที่รู้ว่าจะต้องไปพูดคุยเรื่องไหนอย่างไร มีฐานะซึ่งก็แยกออกมาจากฝ่ายบริหาร ก็อาจจะเป็นช่องทางหนึ่ง ที่จะเอาไปพูดคุยกัน”
307 เสียงส.ส.โหวตรับรองรายงานปรองดอง
ขณะที่ เมื่อช่วงเวลา 01.30 น. ( 6 เมษายน ) ตอนท้ายของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการปรองดองฯ ชี้แจงปิดท้ายว่าการวิจัยเรื่องการปรองดองทุกขั้นตอนของคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าเราทำด้วยความตั้งใจเพื่อผลประโยชน์ปรองดองจริง และขอทุกท่านสบายใจ ถ้ารัฐบาลทำโดยไม่ไตร่ตรอง คงทำไม่ได้ โดยสิ่งที่ตนจะมอบให้สภาฯนี้เป็นงานวิจัยหากไม่ฟังข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของอีกหลายฝ่ายก็คือว่ารัฐบาลคงหนักใจ จากนั้น ได้แนบข้อเสนอแนะของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาสถาบันพระปกเกล้า โดยขอให้รัฐบาลไปศึกษาและขอแก้ไขถ้อยคำที่เสนอไปยังคณะรัฐมตรี (ครม.) ว่า จะดำเนินการอย่างไรแล้วแต่จะพิจารณาแต่ยืนยันว่าเอกสารนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง
"ผมขอยืนยันว่าเราทำมา และที่กมธ.ฝ่ายค้านลาออกก็เป็นการลาออกหลังจากที่ทุกอย่างดำเนินการเสร็จแล้ว ยืนยันว่ารายงานไม่เถื่อน" พล.อ.สนธิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนปิดการอภิปรายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ได้สอบถามนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานที่ประชุมว่าจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไร โดยตั้งข้อสังเกตว่าสุดท้ายแล้วจะมีใครนำรายงานนี้ไปใช้ประโยชน์วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ขณะที่นายสมศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า การจะถอนรายงานของคณะกรรมาธิการฯหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการฯโดยรวม แต่ตนคงไม่ต้องให้มีการลงมติ เพราะเป็นเพียงเรื่องแจ้งให้ทราบเมื่อรายงานจบก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานฉบับนี้แล้ว ส่วนข้อสังเกตในท้ายรายงานนั้นก็อยู่ที่กรรมาธิการฯจะพิจารณาดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตามการพิจารณาที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน รวมเวลากว่า 20 ชั่วโมง ที่สุดที่ประชุมได้รับทราบรายงานทั้งหมดโดยคณะกรรมาธิการฯได้แนบบันทึกความเห็นต่างของคณะกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยที่อยู่ในภาคผนวกส่งไปด้วย และที่ประชุมมีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปยังครม. ทำให้ส.ส.พรรค ฝ่ายค้านพากันคัดค้าน แต่ที่สุดเมื่อเวลา 01.49 น .นายสมศักดิ์ ได้ขอมติที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการปรองดองหรือไม่ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯด้วยคะแนน 307 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ก่อนที่ประธานจะสั่งปิดประชุม ในเวลา 01.50 น.







