
แนะแก้พรบ.เอื้อป่วยฉุกเฉิน
สธ.แนะแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถ เอื้อผู้ป่วยฉุกเฉิน
สธ.แนะแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถ เอื้อผู้ป่วยฉุกเฉิน
นพ.สมชัย นิจพานิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายผู้ป่วยฉุกเฉินรักษาฟรีเข้าได้ทุกโรงพยาบาล ในช่วง 5 วันแรกถือว่าสอบผ่าน ไม่มีการสอบถามสิทธิผู้ป่วย ไม่มีการให้สำรองจ่ายและรักษาจนอาการทุเลา อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขในอนาคต คือ การเบิกจ่ายเงินประกันตาม พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยทางรถในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุ ควรจะแก้ไขระเบียบหรือแก้กฎหมายให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยมากขึ้น
นพ.สมชัย กล่าวว่า ตามหลักการแล้วหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุทางรถ โรงพยาบาลจะเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาจากบริษัทประกันภัย หากมีค่าใช้จ่ายเกินกว่านั้นจึงจะเบิกจากกองทุนสุขภาพที่ผู้ป่วยถือสิทธิอยู่ แต่การเบิกจ่ายเงินจากบริษัทประกันจะต้องมีหลักฐานการแจ้งความและสำเนากรมธรรม์ก่อน จึงไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วย แม้ขณะนี้ยังไม่มีเสียงตำหนิหรือไม่พอใจจากผู้ป่วย แต่ก็ควรปรับปรุงลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้มากขึ้น
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เกิดปัญหาข้อร้องเรียนใดๆ ส่วนใหญ่จะมีคนโทรศัพท์ผ่านสายด่วน 1669 และ 1330 เพื่อสอบถามสิทธิเฉลี่ยวันละ 50-300 สาย โดยเป็นผู้ป่วยวิกฤตเฉลี่ยวันละ 8-20 สาย
ด้าน นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า คณะกรรมการ สปส. มีความกังวลว่าถ้อยคำในประกาศของคณะกรรมการการแพทย์อาจยังไม่รัดกุมและทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ดังนั้น สปส.จะกลับไปแก้ไขถ้อยคำให้รัดกุมมากขึ้น
ทั้งนี้ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ สปส.เดิม กำหนดว่ากรณีผู้ประกันตนป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนอกเครือข่าย สปส.จะจ่ายค่ารักษาไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยให้ผู้ป่วยสำรองจ่ายไปก่อน แต่ตามฉบับใหม่จะแก้ไขให้ผู้ป่วยไม่ต้องสำรองจ่ายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการ สปส. วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมายังไม่เห็นชอบ โดยท้วงติงว่านิยามคำว่าฉุกเฉินยังไม่ชัดเจน อาจเปิดช่องให้ผู้ป่วยทั่วไปมาใช้สิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งคิดค่าบริการแพง และจะทำให้ สปส.ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น







