
ชงเกณฑ์ปล่อยงบ3.5แสนล.
‘ปลอดประสพ’คุมการอนุมัติเน้นลงทุนได้ในเวลาไม่เกิน2ปี
‘ปลอดประสพ’คุมการอนุมัติเน้นลงทุนได้ในเวลาไม่เกิน2ปี
วางกติกาพิจารณาลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้าน “ปลอดประสพ” คุมอนุมัติ ไม่ต้องเสนอ “กนอช.” ซ้ำ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการลงทุนระบบน้ำภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท และจะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเสนอให้คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) เห็นชอบ
สำหรับหลักเกณฑ์พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนระบบน้ำ เช่น เป็นโครงการที่อยู่ในแผนการจัดการน้ำระยะยั่งยืน 8 แผนงาน เวลาดำเนินโครงการไม่เกิน 2 ปี กำหนดพื้นที่โครงการให้ชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ หรืออยู่ลุ่มแม่น้ำใด มีประชาชนได้ประโยชน์เท่าไหร่ และต้องมีแผนปฏิบัติการรายปีเสนอมาด้วย
“โครงการที่เสนอมาวันนี้ สะเปะสะปะไปหมด จึงต้องมีหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ชัดเจน” นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ ระบุว่า หากหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการฯผ่าน กนอช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ต่อไปหน่วยงานที่เสนอโครงการมาให้ กบอ.พิจารณา และ กบอ.อนุมัติโครงการแล้ว ก็เสนอให้ ครม.อนุมัติได้ทันที ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม กนอช.อีก เพื่อลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อน
แหล่งข่าวจาก กบอ. เปิดเผยว่า มีหน่วยงาน 24 แห่งเสนอโครงการลงทุนระบบน้ำระยะเร่งด่วนและยั่งยืนให้ กบอ.อนุมัติ 1.37 แสนล้านบาท นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เสนอแผนงานเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ 2,930 ล้านบาท และโครงการขุดลอกคลอง จ.อ่างทอง 61.73 ล้านบาท
นายปลอดประสพ ระบุว่า กบอ. เห็นชอบให้จังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบโครงการลงทุนน้ำที่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงและเงินลงทุนไม่มาก เช่น สร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ ขุดลอกคูคลอง และการหาพื้นที่รับน้ำ ในขณะที่บางโครงการ กบอ.มีอำนาจอนุมัติให้จังหวัดโครงการนั้นๆ ได้ โดยไม่ผ่านหน่วยงานกลาง
ทั้งนี้ เหตุผลที่ กบอ.ให้จังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และให้หน่วยงานส่วนกลางมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการนั้น เนื่องจากจังหวัดมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่โดยตรง 24 ชั่วโมง มีความคุ้นเคยทั้งพื้นที่และประชาชน จึงเข้าใจสภาพประชาสังคมในพื้นที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี
สำหรับพื้นที่รับน้ำนั้น เงินชดเชยที่ให้กับพื้นที่รับน้ำนอง หากเป็นพื้นที่รับน้ำนองที่รัฐบาลขอให้เกษตรกรยุติการปลูกพืชชั่วคราวจะชดเชยเงิน 4,000-5,000 บาทต่อไร่ หากเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมถึงทุกปีอยู่แล้ว เงินชดเชยไร่ละ 600-700 บาท







