
สินค้าเกษตรขายดี ดันส่งออกก.พ.ฟื้น
ส่งออก ก.พ.ฟื้น กลับมาเป็นบวกได้ 0.91% มูลค่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลไทยกลับมาได้ดุลการค้า 529 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่งออก ก.พ.ฟื้น กลับมาเป็นบวกได้ 0.91% มูลค่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลไทยกลับมาได้ดุลการค้า 529 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน ก.พ. 2555 มีมูลค่า 1.90 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.91% เทียบกับเดือน ก.พ. 2554 ซึ่งตัวเลขส่งออกขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากที่ติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 3 เดือน นับจากเดือน พ.ย. ที่ส่งออกติดลบสูงถึง 12.44% เมื่อเทียบในรูปเงินบาทส่งออกเดือน ก.พ. มีมูลค่า 5.97 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.21% ส่วนนำเข้า 1.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8.25% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 529.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่การส่งออก 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) 2555 มีมูลค่า 3.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.36% ส่วนการนำเข้า 2 เดือน มีมูลค่า 3.53 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.94% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 597.4 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกกลับมาขยายตัว เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบกับการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวมากขึ้น เชื่อว่าเป้าหมายส่งออกทั้งปีโต 15% แน่
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบทั้งต้นทุนการผลิตสินค้า ค่าขนส่ง และระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับผู้ผลิตต้องเร่งนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบมาผลิตสินค้าจากการฟื้นฟูโรงงาน อาจทำให้ตัวเลขนำเข้าเพิ่มมาก
สำหรับการส่งออกสินค้าเดือน ก.พ. สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้น 4.8% สินค้าส่งออกที่ขยายตัวสูงขึ้น เช่น มันสำปะหลัง อาหารทะเลแช่แข็ง ผัก ผลไม้แช่แข็ง ไก่สดและแปรรูป ส่วนข้าวส่งออกลดลง 17.4% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกลดลง 6.1% สินค้าสำคัญส่งออกลดลง เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะทองคำยังไม่ขึ้นรูปลดลง 31.3%
ด้านตลาดส่งออกสำคัญของไทย ตลาดหลักส่งออกลดลง 5.3% ได้แก่ ญี่ปุ่น ลด 6.9% สหภาพยุโรป 12.5% ยกเว้นสหรัฐเพิ่ม 4% ตลาดศักยภาพสูง ส่งออกเพิ่ม 7.6% เช่น อาเซียนเพิ่ม 21.8% จีน 3.4% ตลาดศักยภาพรองส่งออกเพิ่ม 2.6% เช่น ตะวันออกกลาง 7.8% ละตินอเมริกา 11.1%
การนำเข้าเดือน ก.พ. นำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่ม 8% โดยนำเข้าน้ำมันดิบคิดเป็นมูลค่า 2,805 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 3.1% น้ำมันสำเร็จรูป 364.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 49.5% สินค้าทุน 19.9% สินค้าอุปโภคบริโภค 35.4% ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปลดลง 5.7%







