
ภท.ลั่นหนุนแก้รธน.ต้องไม่กระทบสถาบัน
ภูมิใจไทยลั่นหนุนแก้รัฐธรรมนูญห้ามแตะสถาบัน แนะเพื่อไทยอย่าใช้เสียงข้างมากเดินตามข้อเสนอพระปกเกล้า มั่นใจไม่มีปฏิวัติ
ภูมิใจไทยลั่นหนุนแก้รัฐธรรมนูญห้ามแตะสถาบัน แนะเพื่อไทยอย่าใช้เสียงข้างมากเดินตามข้อเสนอพระปกเกล้า มั่นใจไม่มีปฏิวัติ
เมื่อเวลา 09.00 น. พรรคภูมิใจไทยได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 โดยมีสส.และสมาชิกเข้าร่วมประชุม กว่า 300 คน อย่างพร้อมเพรียง ซึ่งในที่ประชุมมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคฯ เป็นประธานการประชุม
โดย นายชวรัตน์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนการเลือกตั้งที่ผ่านมาจากเดิมที่มี สส. 23 คน เป็น 34 คน และเมื่อคดีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปจะทำให้พรรคเติบโตขึ้น
อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยสนับสนุน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ไม่สนับสนุนหากแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการเสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนสภาผู้แทนราษฎร ว่า เนื่องจากกรรมาธิการชุดดังกล่าว เกิดขึ้นจากญัตติที่เสนอโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน สส.บบบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ และนายชวรัตน์ เท่ากับพรรคภูมิใจไทยเป็นเจ้าของญัตติด้วย
อย่างไรก็ดี กรรมาธิการได้ศึกษาเสร็จแล้ว ถ้าจะนำให้รัฐสภาพิจารณา ก็ไม่น่าเสียหายอะไร แต่บรรยากาศการปรองดองยังไม่เกิดขึ้น ประกอบกับข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้ายังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้น จึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยใช้เสียงข้างมากเดินหน้าตามข้อเสนอของพระปกเกล้าทันที แต่ให้พิจารณาแนวทางที่สังคมยังสงสัย ยังไม่เห็นด้วยให้ชัดเจนก่อน ส่วนกรณีที่ 9 สส.พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวออกจากกรรมาธิกานั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เห็นว่าไม่ส่งผลกระทบการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เพราะการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเสร็จสิ้นแล้ว
“ในความเห็นส่วนตัว ผมไม่อยากให้เล่นการเมืองกัน จนบ้านเมืองเสียหาย การไม่ลดจุดยืนตัวเอง ไม่แสวงหาจุดร่วม ไม่ลดความเป็นตัวตน ยืนคนละข้าง อาจก่อให้เกิดการสุ่มไฟร้อนแรงขึ้น ซึ่งสองพรรคการเมืองใหญ่ยังเล่นการเมืองอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ หากอยากให้บ้านเมืองมีความปรองดอง ถอยไปตั้งหลักก่อน” นายศุภชัย กล่าว
สำหรับกรณีที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ระบุว่า อาจมีการตั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ (คมช.2) เพื่อปฏิวัตินั้น เรื่องดังกล่าวพรรคยังไม่มีข้อมูล แต่การที่พล.อ.สนธิมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการปรองดอง แสดงว่าการรัฐประหารไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ สิ่งที่อยากเรียกร้องคือการใช้กระบวนการประชาธิปไตย และใช้รัฐสภาเป็นตัวตั้ง อาจจะมีสะดุดบ้าง ก็สะดุดแต่ในสภา ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกระบวนการ
อย่างไรก็ตาม หลักประชาธิปไตยในประเทศไทยที่ต้องเกิดให้ได้ คือ การเคารพสียงข้างมากและรับฟังเสียงข้างน้อย ตนว่ามันไม่ง่ายนักแต่นี่คือกระบวนการประชาธิปไตย
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยรับได้กับข้อเสนอในรายงานของสถาบันพระปกเกล้าหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ถ้าอยู่บนพื้นฐานให้อภัยและลืมมันเสียตามกรอบสากล ก็รับได้ เพราะการนิรโทษคงหนีไม่พ้นสองเรื่องนี้ แต่จะล้างอย่างไร ขนาดไหน เป็นเรื่องของขั้นตอน
ส่วนข้อเสนอให้ล้มคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เคยพิจารณา นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ เพราะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมปกติมีอยู่ แต่หลังรัฐประหารตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมา จึงถูกมองว่าทำเพื่อใครหรือไม่ เข้าใจว่าไม่ได้ให้ล้มคดี แต่ยกเลิกการทำหน้าที่ของคตส. เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ตามปกติ







