
โลกมองไทย
นอกเหนือจากน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลกแล้ว อีกหนึ่งสินค้าในประเภทเดียวกับน้ำมันที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และกำลังเป็นที่ต้องการอย่างล้นหลามก็คือ น้ำตาล
นอกเหนือจากน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลกแล้ว อีกหนึ่งสินค้าในประเภทเดียวกับน้ำมันที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และกำลังเป็นที่ต้องการอย่างล้นหลามก็คือ น้ำตาล
หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า แม้จะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับหนึ่งของโลก แต่ประเทศไทยก็ติดทำเนียบเทียบชั้นมาเป็นอันดับสองในฐานะผู้ส่งมอบความหวานให้กระจายไปทั่วโลก
ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างปี 2554-2555 นักวิเคราะห์ต่างประมาณการไว้ว่าไทยน่าจะผลิตน้ำตาลเพื่อการส่งออกได้มากถึง 10 ล้านตัน
จำนวนดังกล่าวมากพอที่จะทำเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาลในช่วงที่ราคาน้ำตาลกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากขาดตลาด
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกลับไม่สามารถเก็บเกี่ยวความได้เปรียบที่ว่านั้นไว้ได้ แถมยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกในปัจจุบันขาดหายไปเสียเอง
วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ปัญหาของประเทศไทยก็คือเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งทางเรือและท่าเรือ ที่เป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้สามารถส่งออกน้ำตาลได้น้อยกว่าที่ผลิตออกมาได้
เรียกได้ว่าเมื่อเทียบกันแล้ว การส่งออกน้ำตาลของไทยคิดเป็นเพียงเศษเสี้ยวของส่วนที่ผลิตได้
ไมเคิล แมคโดกอลล์ รองประธานอาวุโสของบริษัทนายหน้าโบรกเกอร์ นิวเอจ กล่าวว่า การส่งออกน้ำตาลของไทยจำกัดได้แค่เดือนละ 1 ล้านตันเท่านั้น
“ปัญหาก็คือน้ำตาลที่ขาดตลาดไม่ใช่เพราะผลิตไม่ได้ แต่เป็นเพราะขนส่งไม่ได้มากกว่า” แมคโดกอลล์ กล่าวสำทับ
รายงานยังระบุอีกว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อยุโรปที่มีแผนนำเข้าน้ำตาลประมาณ 1.5 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่สามารถนำเข้าน้ำตาลจากไทยได้ ยุโรปซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ก็จำเป็นต้องหาตลาดนำเข้าแห่งใหม่ m







