
ปชป.แฉบริษัทรถยนต์หนีลงทุนอินโดฯ
ชวนนท์แฉบริษัทรถยนต์ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลหนีเพิ่มลงทุนอินโดฯ ชี้ทำประเทศเสียโอกาส ห่วงอันดับน่าลงทุนถูกแซง
ชวนนท์แฉบริษัทรถยนต์ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลหนีเพิ่มลงทุนอินโดฯ ชี้ทำประเทศเสียโอกาส ห่วงอันดับน่าลงทุนถูกแซง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า จะนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากอินโดนิเชียซึ่งเป็นบริษัทลูกของของปตท.ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะผลผลิตปาล์มในประเทศมีเพียงพอ แต่นายบุญทรงอ้างว่าเพราะเกษตรกรผู้ผลิตอยากขายในราคาตลาดโลกซึ่งราคาสูงกว่านำเข้าจากอินโดนีเซีย ซึ่งตรงกันข้ามกับก๊าชแอลพีจีที่ผลิตได้ในประเทศ ประชาชนอยากใช้ในราคาถูก แต่รัฐบาลกลับจะให้ขายในราคาตลาดโลก เป็นการคิดถึงนายทุนก่อนประชาชนชัดเจน ขณะที่เกษตรกรปลูกปาล์มก็โดนกดราคาให้ถูกลงด้วยการน้ำเข้า
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลระบุว่ายังไม่มีการย้ายฐานการผลิต และยังลงทุนต่อไปเช่นนั้นนั้น ก็เป็นเพราะ นักลงทุนต่างชาติต้องที่ลงทุนมาเปิดโรงงานในไทยแล้วก็ต้องดำเนินการต่อให้คุ้มการลงทุน แต่การเพิ่มทุนหรือการลงทุนใหม่ขณะนี้ บริษัทชั้นนำหลายแห่งไปลงุทนเพ่ิมที่อินโดนิเชียไม่ว่าจะเป็น นิสสัน วงเงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ โตโยต้า 337 ล้านเหรียญสหรัฐ ฮอนด้า 320 ล้านเหรียญสหรัฐ จีเอ็ม 150 ล้านเหรียญ ซูซูกิ 780 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหางรวมเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดที่ไม่ต้องเสียไปรวม 1 แสนล้านบาท
นายชวนนท์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลระบุว่าสาเหตุทีี่บริษัทเหล่านี้ย้ายไปลงทุนเพิ่มที่อินโดนีเซียเพราะใหญ่กว่า นั้นก็ไม่ใช่เพราะการผลิตไม่ได้ไปผลิตเพื่อขายในอินโดนีเซีย แต่ไปเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปประเทศอื่น ซึ่งถ้าเอกชนต่างชาติมั่นใจในไทย ในรัฐบาล หรือการทำงานของนายกฯ จะย้ายไปทำไม
นายชวนนท์ กล่าวว่า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีแผนย้ายการลงทุน ไปยังมาเลเซียและจีนจากเดิมที่เคยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ทั้ง ซันโยเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากเห็นความเสี่ยงในเรื่องนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทและปัญหาน้ำท่วม รวมถึง แคนนอนไฮเทค ที่ย้ายไปเวียดนาม นอกจากนี้ ล่าสุดการจัดอันดับประเทศน่าลงทุนโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ไทยไม่ติด 1 ใน 50 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยอยู่อันดับต่ำกว่าเวียดนาม







