กปพ.แก้ม.113โทษชัดปฏิวัติสำเร็จหรือไม่เป็นกบฏเท่านั้น
กปพ.แก้ม.113ระบุชัดปฏิวัติสำเร็จหรือไม่มีโทษเป็นกบฏสถานเดียว พร้อมแก้พ.ร.บ.ฉุกเฉินให้ตำรวจรับผิดชอบปราบม็อบ ใช้มาตรการอ่อนหาแข็ง ไม่มีกระสุนจริง
กปพ.แก้ม.113ระบุชัดปฏิวัติสำเร็จหรือไม่มีโทษเป็นกบฏสถานเดียว พร้อมแก้พ.ร.บ.ฉุกเฉินให้ตำรวจรับผิดชอบปราบม็อบ ใช้มาตรการอ่อนหาแข็ง ไม่มีกระสุนจริง
นายประสพ บุษราคัม ประธานคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (กปพ.) สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า จากการจัดเสวนาเรื่อง “รัฐฐาธิปัตย์ เอื้อประโยชน์รัฐประหาร หรือทำรายระบบนิติธรรม” เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญ คือ ในการเสวนาตัวแทนศาลที่มาร่วมเสวนายืนยันว่าศาลเป็นของประชาชน
ดังนั้น เมื่อศาลจะตัดสินคดีใด ก็ควรตัดสินโดยใช้กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนเท่านั้น จากการเสวนาซึ่งตั้งข้อสงสัยว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 บัญญัติในการล้มล้างรัฐธรรมนูญด้วยการรัฐประหารหากทำไม่สำเร็จถือเป็นความผิดฐานกบฎ แต่หากทำสำเร็จถือว่าไม่ผิด และสิ่งใดที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทำรัฐประหารได้กลายเป็นรัฎฐาธิปัตย์ หรือการเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ดี เมื่อกปพ.ย้อนกลับไปดูเจตนารมณ์ของการยกร่างมาตราดังกล่าวแต่ไม่พบ จึงพิจารณาเห็นควรมีการเสนอร่างแก้ไขว่า การล้มล้างรัฐธรรมนูญจะทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ หากภายหลังมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลให้ถือเป็นความผิดฐานกบฎทั้งหมด
ขณะที่ นายโสภณ เพชรสว่าง โฆษกคณะกรรมการ กล่าวว่า กปพ.สรุปรายงานผลการดำเนินงานใน 3 เดือนที่ผ่านมา ได้มีความเห็นให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยเสนอร่างกฎหมาย 10 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.แก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ... ,ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกพ.ร.บ.ทีตราออกใช้บังคับโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 191 ฉบับ พ.ศ.., ร่างพ.ร.บ.การพนัน (ฉบับที่..) พ.ศ.. , ร่างพ.ร.บ.โรงรับจำนำ (ฉบับที่..) พศ... ,ร่างพ.รบ.โคนม และผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. , ร่างพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ (ฉบับที่..) พ.ศ... , ร่งพ.ร.บ.การประชกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ.... , แลร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ...
ด้านพล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูมติ คณะกรรมการ กล่าวว่า การประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ เมื่อปี 48 มีเจตนารมณ์เพื่อใช้ในการบริหารราชการ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ที่ผ่านมามีการนำมาใช้ในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้น จึงเปลี่ยนเป็นร่างพ.ร.บ.ฉุกเฉิน โดยงานความมั่นคงภายใน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงพลเรือนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจจะใช้มาตรการจากอ่อนไปหาแข็ง และห้ามใช้กระสุนจริง และไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเกี่ยวในเรื่องการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอันขาด


