posttoday
ปชป.รุก'แพงทั้งแผ่นดิน'รัฐบาลปูมีสิทธิขาเก

ปชป.รุก'แพงทั้งแผ่นดิน'รัฐบาลปูมีสิทธิขาเก

21 มีนาคม 2555

ยุทธศาสตร์ย้อนเกล็ด “เพื่อไทย” กับการหยิบยกปัญหา “ของแพง” มารุมขย่มรัฐบาลเวลานี้ ถือเป็นอีกหมากตาสำคัญของ “ประชาธิปัตย์”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ยุทธศาสตร์ย้อนเกล็ด “เพื่อไทย” กับการหยิบยกปัญหา “ของแพง” มารุมขย่มรัฐบาลเวลานี้ ถือเป็นอีกหมากตาสำคัญของ “ประชาธิปัตย์” ที่ตัดสินใจพักยกเรื่องร้อนอย่าง “รัฐธรรมนูญนิรโทษกรรม” ไว้ชั่วคราว หันมาจับเรื่องใกล้ตัวชาวบ้านอย่างปัญหาปากท้องประชาชน

ล่าสุดประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผุดศูนย์ปราบของแพง หรือ ศปพ. ที่จงใจล้อไปกับ ศปภ. หรือศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาล ขึ้นมาเป็นกลไกใหม่ เกาะติดปัญหาของแพงอย่างเป็นระบบและเอาจริงเอาจัง

ต่อยอดการลงพื้นที่เช็กราคาสินค้าในพื้นที่ต่างๆ สรุปเป็นดัชนีราคาสินค้า ภายใต้การดูแลของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน รมว.พาณิชย์ เงา

ทว่า คราวนี้เดินหน้าเต็มสูบด้วยระบบที่วางไว้เพื่อเปิดรับข้อมูลเรื่องร้องเรียนของแพงจากชาวบ้านทั่วประเทศผ่านโทรศัพท์หรือเฟซบุ๊ก “แพงทั้งแผ่นดิน” เพื่อวิเคราะห์ราคาสินค้าเป็นรายตัว และส่งคำแนะนำไปถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไข

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนทุกเพศทุกวัย ดังนั้นการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหว จึงโดนใจชาวบ้านได้ง่ายกว่าการไปปลุกกระแสเรื่องคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือนิรโทษกรรม หรือแม้แต่มาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา

ยิ่งในสภาพที่ท่าทีจากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหาอะไรชัดเจน นอกจากพยายามออกมาโชว์ตัวเลข “เป่าหู” ชาวบ้านให้รู้สึกว่าราคาสินค้าปัจจุบันไม่ได้แพงอย่างที่เป็น หนำซ้ำยังไปให้น้ำหนักกับการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่าแก้ปัญหาของแพง ยิ่งทำให้ชาวบ้านเริ่มถอดใจกับรัฐบาล

ปชป.รุก'แพงทั้งแผ่นดิน'รัฐบาลปูมีสิทธิขาเก

ยืนยันด้วยผลสำรวจของอีสานโพล เรื่อง “เสียงสะท้อนชาวอีสานกับผลงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์” ประจำเดือน ก.พ. ที่พบว่าคะแนนรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่คะแนนเหลือ 50% และต้องการให้แก้ปัญหาการขึ้นราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค

จากท่าทีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย (พท.) “ชูธง” เน้นจุดขายเรื่อง “เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย” จนนำมาสู่ชัยชนะอันถล่มทลายในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทว่าเวลานี้กำลังกลายเป็น “ปัญหา” ที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเอง

เพราะจนถึงเวลานี้ ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท หรือเงินเดือนคนจบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เคยหาเสียงว่าจะเร่งทำได้ทันที แต่ราคาข้าวของกลับขยับขึ้นไปดักรอล่วงหน้า กระตุ้นให้เสียงบ่นจากชาวบ้านเริ่มหนาหูหนักขึ้นเรื่อยๆ

เข้าทาง “ประชาธิปัตย์” ที่เปิดเกมด้วยการหยิบยกเทปคำปราศรัยของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งหาเสียงใหญ่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ระบุว่า สิ่งแรกที่จะทำ คือ การแก้ปัญหาปากท้อง กระชากค่าครองชีพลงมา ตอกย้ำความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล นอกจากไม่สามารถกระชากราคาสินค้าลงมาได้แล้ว ยังไม่อาจคุมสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ

ท่าทีที่ผ่านมา รัฐบาลเองก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ กับมาตรการแก้ปัญหาราคาสินค้าแพง นอกจากมาตรการปลายทาง ทั้งการ “ตั้งร้านธงฟ้า” กำหนดราคาสินค้าควบคุมที่ไม่สามารถทำได้จริง หรือการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ฯลฯ

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของ พท. ปชป.วิเคราะห์ว่า เป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มรับไม่ได้กับการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งเรื่อง “ของแพง” และ “แก้ปัญหาน้ำท่วม” จึงสะท้อนและแสดงออกผ่านการกาบัตรเลือกตั้ง

ไม่ว่าจะเป็นการชิงตำแหน่งนายก อบจ.กาญจนบุรี ที่ รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ จากฝั่ง ปชป. ที่เอาชนะ พล.ท.มะ โพธิ์งาม แบบขาดลอย ไปจนถึงการชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านดุง จ.อุดรธานี ฐานที่มั่นคนเสื้อแดง ที่ “เสมอ คำมุงคุณ” จากฝั่งภูมิใจไทย เอาชนะ “คำมวล ชุนวิเศษ” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก พท.และคนเสื้อแดง

บทเรียนจากเมื่อครั้ง ปชป.เป็นรัฐบาล ปัจจัยเรื่องของแพงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คะแนนนิยมเวลานั้นดำดิ่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งถูกกระทุ้งอย่างต่อเนื่องจาก พท.เวลานั้น โดยเฉพาะนโยบาย “ไข่ชั่งกิโล” ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ งัดมาใช้แก้ปัญหาไข่แพง

หลังสลับบทบาท “ประชาธิปัตย์” เริ่มกระบวนการเกาะติดปัญหาของแพงเรื่อยมา จนผุดวาทกรรม “แพงทั้งแผ่นดิน” ขึ้นมาปลุกกระแสโจมตีรัฐบาล ที่ทั้งทีมโฆษกพรรคและทีมงานสายล่อฟ้าใช้เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล

รับลูกด้วยกลุ่ม สส.หญิง ปชป. อาทิ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผุสดี ตามไท เจิมมาศจึงเลิศศิริ รัชดา ธนาดิเรก ที่รวมตัวเฉพาะกิจจัดโครงการ “ญ.หญิงจ่ายตลาด” ลงพื้นที่สำรวจตลาดรายงานราคาสินค้าในพื้นที่ต่างๆ มายังพรรค เพื่อทำเป็นข้อมูลร้องเรียนไปยังรัฐบาล เพื่อการแก้ไขต่อไป

ถัดมาด้วยเสวนา เรื่อง “ฝ่าวิกฤตข้าวของแพง” ที่ “อภิสิทธิ์” นำทีมชี้แจงทำความเข้าใจปัญหาของแพงถึงที่มาที่ไป ความล้มเหลวของการบริหารจัดการแก้ปัญหาของแพง โดยเฉพาะการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน ที่เป็นต้นตอส่งต่อไปให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น

สัญญาณจากรัฐบาลสะท้อนว่า ราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี ยังมีแนวโน้มจะขึ้นต่อเนื่อง จนผู้ประกอบการขนส่งออกมาขยับขอขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีท่าทีทางออกที่ชัดเจน

ประเด็น “ของแพง” จึงยังเป็นหนังยาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ โดยเฉพาะหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ย่อมกร่อนเสถียรภาพรัฐบาลไปเรื่อยๆ โดยมี ปชป.คอยขย่มซ้ำ

ก้าวต่อไปต้องติดตามการประกาศเจตนารมณ์ครั้งใหม่ของ “อภิสิทธิ์” ต่อสถานการณ์ประเทศ ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ที่ว่าจะยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งว่า ปชป.จะสามารถเรียกคะแนนความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ขณะนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย