posttoday
อาเซียนร่วมวงเชื่อมท่อก๊าซ-ไฟฟ้า

อาเซียนร่วมวงเชื่อมท่อก๊าซ-ไฟฟ้า

14 มีนาคม 2555

ตั้งกก.สานต่อแผนใน2เดือน กำหนดราคาค่าเช่าค่าบริการ

ตั้งกก.สานต่อแผนใน2เดือน กำหนดราคาค่าเช่าค่าบริการ

เรกูเลเตอร์อาเซียน ตั้งคณะกรรมการดูแลเชื่อมโครงข่ายท่อก๊าซ สายส่งไฟฟ้า ภูมิภาค หวังแบ่งปันทรัพยากรพลังงานชาติ สมาชิก

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิชาการด้านการกำกับกิจการพลังงานอาเซียน ซึ่งมีตัวแทนจากประเทศจีนและเกาหลีใต้เข้าร่วมประชุมด้วย มีมติจัดตั้งคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยเครือข่ายองค์กรกำกับกิจการพลังงาน ถือเป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกัน เพื่อเป้าหมายสร้างโครงข่ายท่อก๊าซและสายส่งไฟฟ้าภูมิภาคอาเซียน

หลังจากนี้ภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะประชุมเพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการทำงานของคณะกรรมการอาเซียน รวมถึงจัดตั้งโครงสร้างการพัฒนาการกำกับกิจการพลังงานภายใต้อาเซียน เพื่อให้การทำงานเป็นรูปธรรมก่อนที่จะมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

สำหรับประเทศไทย เรกูเลเตอร์จำเป็นต้องออกระเบียบให้การใช้โครงข่ายร่วมกันมีปัญหาน้อยที่สุด และเกิดการแบ่งปันทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่ไทยจะได้รับคือโดยความร่วมมือดังกล่าวจะก่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ไฟฟ้าของแต่ละประเทศมีปริมาณไม่เท่ากัน ถ้าสามารถบริการจัดการได้ จะทำให้การผลิตไฟฟ้าโดยรวมลดลง ประเทศที่สามารถผลิตได้มาก ก็จะจ่ายไฟฟ้าไปให้ประเทศอื่นๆ ได้ รวมถึงทรัพยากรก๊าซธรรมชาติที่จะมีโครงข่ายท่อก๊าซเชื่อมต่อกัน

“แต่ละประเทศในอาเซียนมีจุดเด่นต่างกัน เช่น พม่า ลาว ผลิตไฟฟ้าได้มากแต่ความต้องการใช้น้อย ก็สามารถแบ่งปันให้ประเทศอื่นๆ ใช้ได้” นายดิเรก กล่าว

นางพัลลภา เรืองรอง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า การร่วมมือดังกล่าวยังจะก่อให้เกิดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบสายส่งไปยังหลายประเทศด้วยเนื่องจากศักยภาพของแต่ละประเทศในอาเซียนยังมีไม่เท่ากัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทางอ้อมในการช่วยกันพัฒนาระบบพลังงานของทุกประเทศให้มีความเท่าเทียมกัน เช่น พม่า กัมพูชา ยังต้องการลงทุนระบบสายส่งอีกมาก ขณะที่หลายประเทศมีพลังงานเหลือใช้ เช่น ลาว และจีนตอนใต้ หรือก๊าซธรรมชาติอินโดนีเซีย และมาเลเซียก็มีปริมาณมาก เป็นต้น

นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญคือการกำหนดหลักเกณฑ์ กติการ่วมกัน ซึ่งควรจะมีหลักกติกากลางขึ้นมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกประเทศ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐาน

คุณภาพก๊าซของแต่ละแหล่งมีไม่เท่ากัน หากต้องมาขนส่งรวมอยู่ในท่อเดียวกันอาจจะเกิดปัญหาได้ และเรื่องราคาการเชื่อมต่อ ค่าบริการการขนส่ง หรือค่าผ่านท่อ เพราะแต่ละประเทศมีต้นทุนไม่เท่ากัน ซึ่งเรกูเลเตอร์จะประสานงานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก