posttoday
หวั่นแล้งหนักทำเกษตรกรไร้น้ำทำนา

หวั่นแล้งหนักทำเกษตรกรไร้น้ำทำนา

12 มีนาคม 2555

เสรีเผยปีนี้มีแนวโน้มเกิดภัยแล้งหนัก ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีน้ำใช้ทำนา ติงแผนสร้างคันกั้นน้ำหลายจังหวัดอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

เสรีเผยปีนี้มีแนวโน้มเกิดภัยแล้งหนัก ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีน้ำใช้ทำนา ติงแผนสร้างคันกั้นน้ำหลายจังหวัดอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต และกรรมการคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะยาว (กยน.) เป็นวิทยากรในงานสัมมนาเรื่อง “ท่ามกลางภัยพิบัติจะจัดการอย่างไร”

นายเสรีกล่าวว่า ในปีนี้ หากนำความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (ENSO) มาวิเคราะห์สภาพอากาศในประเทศไทยตลอด 2-3 ปีนี้ พบว่าปีนี้ อาจไม่ได้มีน้ำมากอย่างในปีที่ผ่านมา หรืออาจเรียกได้ว่า จะเกิดภัยแล้งขึ้นด้วยซ้ำ เนื่องจากปรากฎการณ์ลานินญา ที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน และมีน้ำฝนจำนวนมากได้ผ่านพ้นไปตั้งแต่เมื่อเกิดมหาอุทกภัย ปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อสำรวจแนวทางการกักเก็บน้ำในเขื่อนของรัฐบาลขณะนี้ ก็พบว่าหากเกิดภัยแล้งขึ้นจริง จะเกิดผลกระทบขึ้นกับเกษตรกรจำนวนมาก

“หากลองคำนวณง่าย ๆ จะพบว่า หากเรากักเก็บน้ำในเขื่อนเหลือ 45% อย่างที่รัฐบาลระบุ จะมีน้ำสำหรับปล่อยให้ทำนาปรัง ปลายปีนี้และต้นปีหน้าเพียง 3,000 ล้านลบ.ม. ทั้งที่ การทำนาปรังแต่ละครั้งนั้น เกษตรกรจะต้องใช้น้ำสำหรับเข้านามากกว่า 10,000 ล้านลบ.ม. เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลจะออกมาตรการไม่ให้ทำนาปี 1 ครั้งช่วงหน้าฝน เพื่อให้เป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ และเป็นไปตามENSOโมเดล ก็อาจทำให้ไม่มีน้ำสำหรับทำนาปรัง"นายเสรีกล่าว

นายเสรีกล่าวอีกว่าเป็นไปได้ว่าช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เกษตรกรจำนวนมากจะไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตร และแห่ปิดถนนกันเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมมาตรการ และสื่อสารกับเกษตรกรไว้ให้ดี ถึงข้อมูลที่มีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้วิธีแก้ปัญหาดังในระยะยาวก็คือควรมีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก และขนาดกลางในทุกชุมชน

ส่วนการทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะยาว (กยน.) นั้น นายเสรีกล่าวว่า เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กนอช. และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กยน.ก็เหลือหน้าที่เป็นเพียงแค่คณะที่ปรึกษาเท่านั้น ทั้งนี้ หน้าที่ของทั้ง กนอช.และกอบ.เป็นฝ่ายปฏิบัติการตามข้อเสนอที่กยน.จัดทำมาก่อนหน้านี้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือทั้ง 2 หน่วยงานจะสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้ทันเวลา และตามแผนที่แถลงมาทั้งหมดหรือไม่ เพราะแม้ในปีนี้จะมีแนวโน้มว่าน้ำจะแล้ง แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่าหลังจากนี้ สภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภัยพิบัติรุนแรง ที่จากเดิมมีวงรอบ 20 ปีต่อ 1 ครั้ง จะเหลือเพียง 2-3 ปีต่อ 1 ครั้งเท่านั้น จึงอยากให้นายกฯตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุดเพื่อตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานของ 2 หน่วยงานนี้ให้เป็นไปตามแผน และเกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายเสรียังได้แสดงความเป็นห่วงถึงการก่อสร้างคันกั้นน้ำ ที่แต่ละจังหวัดเสนอให้สร้างคันกั้นน้ำล้อมเขตเศรษฐกิจของตัวเองว่าเมื่อทุกจังหวัดก่อสร้างคันกั้นน้ำของตัวเอง เช่นเดียวกับชุมชน บ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม ก็อาจทำให้น้ำยกตัวสูงขึ้น ตลอดจนมีกำลังแรงขึ้น จึงอยากให้แต่ละจังหวัด เข้าไปควบคุมการก่อสร้างเหล่านี้ และศึกษาผลกระทบให้ดี โดยอยากให้นำบทเรียนของเหตุการณ์มหาอุทกภัยปีก่อนหน้านี้มาเป็นบทเรียนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะกั้นกำแพงสูงเพียงใด แต่หากไม่เปิดให้มีทางน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) ก็ไม่มีทางสู้กับน้ำได้ และสร้างความเสียหายตามมาในที่สุด

ขณะที่นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (ซีพีเอฟ) กล่าวว่า แม้ปีที่ผ่านมา โรงงานของซีพีเอฟที่จ.พระนครศรีอยุธยา จะไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่เส้นทางการขนส่งลำเลียงผลิตภัณฑ์ออกจากโรงงานก็เสียหายแทบทั้งหมด

ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการลงทุนในโครงการเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังกังวลในเรื่องของระยะเวลา และการลงมือปฏิบัติงานตามแผนว่า จะทันหรือไม่ เพราะเหลือเพียงอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูน้ำหลากอีกครั้ง จึงเห็นพ้องกับนายเสรีว่า รัฐบาลควรจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบและการติดตามมาตรการทั้งหมด ให้เกิดขึ้นทันเวลา และสามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้จริง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก