posttoday
แผนการน้ำ

แผนการน้ำ

08 มีนาคม 2555

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ วาระสำคัญก็คือการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น

โดย...ธนพล  ไชยภาษี

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ วาระสำคัญก็คือการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นถึงแผนการจัดการและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ขึ้นซ้ำในประเทศไทยเหมือนเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำเอานักลงทุนรายย่อย รายใหญ่ของญี่ปุ่นยิ่งกว่าเหงื่อตก ขาดทุนกันย่อยยับ ฉุดเอาการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่นหล่นฮวบไปด้วย

สิ่งที่นายกฯ หญิงของเราพกไปบอกชาวญี่ปุ่นมีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.แผนการจัดการเขื่อน 2.แผนการสร้างฟลัดเวย์ของรัฐบาล และ 3.แผนการสร้างเขื่อนป้องกันนิคมอุตสาหกรรม

สองประเด็นแรก แม้จะมีแผนออกมาแล้ว แต่การจัดการน้ำและการบริการยังถือเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนการสร้างเขื่อนป้องกันนิคมอุตสาหกรรมถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

เพราะเมื่อไหร่ที่เขื่อนเหล่านั้นได้ใช้การจริง ก็หมายความว่าน้ำได้ไหลเข้ามาท่วมแล้ว ส่อถึงความล้มเหลวในการจัดการน้ำที่เขื่อน และการจัดการการระบายน้ำ

ส่วนตัวผม ไม่แน่ใจว่านักลงทุนชาวญี่ปุ่นจะมั่นใจกับแผนเหล่านี้ของนายกฯ หญิงของเราหรือไม่

เพราะว่ากันตามตรง แผนการบริหารเขื่อนของไทยเราก็มีอยู่แล้ว เส้นทางน้ำหรือฟลัดเวย์ของเราก็มีอยู่แล้ว

แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว คือ ความล้มเหลวของการจัดการน้ำในเขื่อน และปัญหาการเมืองที่ทำให้การแก้ปัญหาไม่เป็นบูรณาการ ทำให้น้ำท่วมเมืองใหญ่โตดังที่เราได้เห็นๆ กัน

อาจจะเป็นเพราะมีการเมืองแอบแฝงเบื้องหลังที่ทำให้การระบายน้ำจากเขื่อนไม่เป็นไปตามสภาพที่ควรจะเป็น หรืออาจจะเป็นเพราะเกมการเมืองที่ทำให้ทิศทางน้ำที่ไหลไปไม่เป็นไปตามเส้นทางน้ำธรรมชาติ

และอาจจะเป็นเพราะความไร้เดียงสาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของรัฐบาลไทยเมื่อปีที่แล้วซึ่งเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเกิดความพลาดพลั้งหรืออาจจะเผอเรอ และคิดไม่ถึงว่าการบริหารน้ำที่เขื่อนนั้นหากกระทำกันแบบชุ่ยๆ นั้น ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นอย่างไร

ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากเห็นคุณยิ่งลักษณ์บอกนักลงทุนไม่ใช่เฉพาะชาวญี่ปุ่น แต่นักลงทุนทุกชาติที่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศนี้ว่า

1.รัฐบาลจะใส่ใจและเรียนรู้แก้ปัญหาอย่างจริงจังกว่านี้ โดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติและนักลงทุนเป็นที่ตั้งจริงๆ

2.รัฐบาลจะไม่สร้างความร้าวฉานทางการเมืองขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า น้ำท่วมครั้งนั้นเป็นเพราะการเมืองอยู่เบื้องหลังส่วนหนึ่งด้วย

3.รัฐบาลไทยจะเดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงที่ทรงทุ่มพระวรกายมานับสิบๆ ปีเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในแผ่นดินนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง

แค่นี่แหละครับ คือสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติต้องการเห็น ซึ่งก็คือความมั่นคงและเสถียรทางการเมืองของไทย และความตั้งใจจริงต่อการจัดการน้ำอย่างจริงๆ จังๆ ที่สุด

ไม่ใช่แค่ทำแผนหลอกเจ้าไปวันๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักลงทุนจะยังมีท่าทีไม่แน่ใจว่าในอนาคตน้ำจะท่วมไทยซ้ำอีกหรือเปล่า!

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก