posttoday
ลุยต่อไม่ทิ้งการเมือง

ลุยต่อไม่ทิ้งการเมือง

03 มีนาคม 2555

โพสต์ทูเดย์ได้สัมภาษณ์พิเศษ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ถึงเป้าหมายทางการเมือง

 

&<2288;

หัวหนึ่ง – พ้นโทษแบน...ไม่เป็นรมต.

หัวในลุยต่อไม่ทิ้งการเมือง

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

30 พ.ค. 2555 กลุ่มนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จะถูกปลดล็อกทั้งหมด ซึ่งหลายคนมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะกลับมาผงาดในทางการเมืองอีก

โพสต์ทูเดย์ได้สัมภาษณ์พิเศษ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ถึงเป้าหมายทางการเมือง หลังจากหลุดพ้นถูกพักยกการเมือง

“ไม่ได้สร้างความดีใจอะไร แม้ว่าวันนี้เมื่อปลดล็อกแล้ว แต่แผลก็ยังอยู่ เพราะชีวิตการรับใช้บ้านเมืองเคารพกติกาประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งทุกครั้ง แล้วไม่เคยทำผิดอะไรในแง่กฎหมายและกระบวนการส่งเสริมประชาธิปไตย แต่อยู่ๆ ถูกตัดสินในข้อหาว่าเป็นปรปักษ์ต่อบ้านเมือง อย่างน้อยจะดีก็ตรงที่ได้กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้นอีกครั้ง มีสิทธิไปเลือกตั้งเพื่อบ้านเมืองได้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงความรู้สึกที่กำลังจะได้อิสรภาพทางการเมือง

สำหรับระยะเวลาที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีนั้น คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่าไม่ได้ทำให้ตัวเองเสียโอกาสทางการเมือง แต่เป็นบ้านเมืองต่างหากที่เสียโอกาส ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเราเก่งกาจแล้วสามารถเนรมิตสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้มาก แต่เป็นการเสียโอกาสของบ้านเมือง เพราะ 1.เกิดการสะดุดของระบอบประชาธิปไตย 2.รัฐบาลที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้นไม่สามารถสานงานต่อได้ ตัวอย่างเช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่วันนี้ถือว่าถอยหลัง เพราะได้ทิ้งหลักการแล้วไปมองว่าเป็นเพียงประชานิยมแข่งกันปรนเปรอประชาชน แต่หลักการสำคัญคือการสร้างสุขภาพให้คนแข็งแรง ให้มีหมอประจำครอบครัว

ลุยต่อไม่ทิ้งการเมือง

 

“การจะแข่งกันรักษาฟรี ทำให้เกิดต้นทุนค่ารักษาสูงขึ้นไป 2,800 บาท แต่ต้นทุนสมัยเราทำอยู่ที่ 1,3001,400 บาท ซึ่งต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้นนั้นต้องลดลง เนื่องจากมีการปล่อยให้เกิดรอยรั่วในระบบเยอะมาก และไม่สำคัญเท่าคุณภาพการบริการ และระบบในการสร้างสุขภาพนั้นหายไปเลย ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นผิดหลักการของ 30 บาท อย่างนี้คือประเทศเสียโอกาส เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ เสียดายโอกาสของประชาชน” คุณหญิง กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ “คุณหญิงหน่อย” ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจมีตำแหน่งในรัฐบาล เหตุผลคือมีความรู้สึกว่าคนที่ผ่านการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาน่าจะเป็นโอกาสและเวทีของเขาในการแสดงฝีมือทำงาน ไม่ใช่เหมือนเราพ้น 111 มาถึงก็เหมือนไปแย่งเขาทำ อย่างนี้ไม่เป็นธรรมกับฝ่ายการเมืองที่เขาได้ลงทุนลงแรงเลือกตั้งกันมา

“ไม่ทิ้งการเมืองแน่นอน แต่ถ้าจะทำเต็มตัวเราต้องแฟร์กับทุกคน คือถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ก็จะทำให้เราเข้าไปตามระบบ แต่ถ้าเราไปเข้ากลางเทอมก็ไม่ยุติธรรมกับหลายๆ คน และหลายคนก็ต้องการเติบโตทางการเมืองด้วย จึงควรให้โอกาส ดังนั้นถ้าความรู้ ความสามารถของเรายังเป็นประโยชน์อยู่ก็จะทำต่อ และไม่เข้าไปมีตำแหน่งรัฐมนตรีหลังจากเดือน พ.ค.แน่นอน” คุณหญิงหน่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

อย่างไรก็ตาม “คุณหญิงสุดารัตน์” ยอมรับว่า การที่คนใน 111 จะกลับเข้าไปร่วมรัฐบาลจะเป็นเพียงบางคนเท่านั้นที่มีความสามารถด้านกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงาน วันนี้จึงอยากพูดกับคณะรัฐมนตรีที่ทำงานอยู่ว่า อย่าหวั่นไหวว่าถ้า 111 มาแล้วก็จะถูกเปลี่ยนชุดทำงานหมด

คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่า สถานภาพของรัฐบาลในขณะนี้ยังดี แม้ว่าจะผ่านพ้นปัญหาน้ำท่วมอันหนักหน่วงมาได้ ทำให้เห็นชัดว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจสูงที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้มีปัญหาอุปสรรคให้เหนื่อยอยู่บ้าง เนื่องจากยังเป็นคนรุ่นใหม่ ก็อาจทำให้การผลักดันงานด้านการบริหารประเทศยังติดขัดอยู่ ถือเป็นความไม่พร้อมของระบบ ดังนั้นต้องให้เวลารัฐบาลชุดนี้ เพราะการบริหารประเทศไม่เหมือนบริษัทเอกชน องค์กรของรัฐค่อนข้างอุ้ยอ้าย การจะผลักแต่ละเรื่องต้องใช้เวลา

สำหรับอุปสรรคของรัฐบาลในอนาคตจะมีหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่รัฐบาลฝั่งเดียว แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เรื่องแรกคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องห้ามแตะต้องประมวลกฎหมายมาตรา 112 หมวดพระมหากษัตริย์ เพราะมาตรากฎหมายนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบให้ประชาชนเดือดร้อน ในทางตรงกันข้าม เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการอย่างมาก ตั้งแต่การพัฒนาด้านต่างๆ และเป็นศูนย์รวมความสามัคคี ดังนั้นกล่าวได้ว่าประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ

“คนส่วนใหญ่ของประเทศเขาไม่รู้สึกเดือดร้อน สิ่งที่รู้สึกคือมีความสุขมากกว่า เราก็ยอมรับว่ามีบางคนที่คิดมุ่งร้าย ประเทศที่เจริญแล้วเขามีกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น แต่เรื่องความผูกพันกับประชาชนน้อยกว่ามาก ส่วนพระมหากษัตริย์ของเราทรงทุ่มเทเสียสละช่วยเหลือราษฎร มีความผูกพัน ฉะนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การแก้มาตรา 112 ทำได้อย่างเดียวคือแก้เพื่อปกป้องให้เข้มแข็งกว่านี้ เพราะท่านไม่ใช่นักการเมือง ท่านไม่สามารถมาตอบโต้กับคนทั่วไปได้”

ขณะเดียวกันอีกประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อรัฐบาลคือ “นักค้าอาวุธสงคราม” ที่ฉวยโอกาสพยายามสร้างความขัดแย้ง และต้องการจุดประเด็นมาตรากฎหมายหมวดพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าทุกฝ่ายเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ประเด็นนี้ไม่เข้าไปแตะต้อง นักค้าอาวุธสงครามก็หมดโอกาส

“วันนี้รัฐธรรมนูญคือแพะของความขัดแย้ง แม้กระทั่งตอนนี้ตัวพี่เองยังหวั่นไหวอยู่ตลอดเวลาว่าความขัดแย้งยังมีอยู่ เพราะมีนักค้าอาวุธสงครามที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งทางการเมือง เขาจะแหย่อยู่เรื่อยๆ แล้วถ้ารัฐบาลไม่ระวังกับดัก ก็จะเพลี่ยงพล้ำได้ ต้องยอมรับว่าจากนี้รัฐบาลจะต้องเจอกับปัญหาหนักตลอดทางแน่นอน”

ไม่เพียงเท่านั้น กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รัฐบาลควรเริ่มต้นแล้วสภาต้องรับลูกผ่านออกมา แต่เมื่อเกิดการเลือก ส.ส.ร. แล้วนักการเมืองทุกฝ่ายขอให้ถอย หรือเสนอแนะปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วโยนลงไปในฟลอร์ ให้คนที่มีหน้าที่จัดการแก้ไขโดยไม่เข้าไปแทรกแซง

คุณหญิงหน่อยยังได้ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันที่ต้องเจอปัญหาทางการเมืองและเรื่องกรณีโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ว่าต้องให้หนักแน่นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงเข้ามาสู่ถนนการเมือง จะต้องเจอกับเรื่องใส่ร้ายป้ายสีเป็นของคู่กัน เปรียบเหมือนนายกฯ กำลังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใครเดินผ่านมาพัก ทำสิ่งไม่ดีใต้ต้นไม้ มันก็ไม่ได้ทำให้ต้นไม้นั้นเสียหายอะไร

“ให้นายกฯ เข้มแข็งอดทน เพราะเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ในสมัยเป็นเลขาธิการพรรคพลังธรรมก็มีคนมาหาว่าเราเอาตัวเข้าแลก ความรู้สึกที่เจอครั้งนั้นทำให้เสียชื่อ แต่เมื่อเราตั้งสติได้ ไม่ตกใจไม่กังวล ก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และกาลเวลากับการกระทำก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนคนที่มาใส่ร้ายเช่นนี้เขาเหล่านั้นน่าอายเสียมากกว่า” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก