
ทีปรึกษาผู้ตรวจฯยันไม่ยกร่างรธน.แข่งสสร.
"นรนิติ เศรษฐบุตร"นั่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ลั่นไม่ยกร่างแก้ไขแข่งกับสสร. แต่จะทำหน้าที่ในคำแนะนำ
"นรนิติ เศรษฐบุตร"นั่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ลั่นไม่ยกร่างแก้ไขแข่งกับสสร. แต่จะทำหน้าที่ในคำแนะนำ
นายนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตประธานสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550 แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ตนได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะที่ปรึกษา และนายวิษณุ เครืองาม เป็นรองประธานคณะฯ ทั้งนี้ กรอบการทำงานนั้นจะยึดตามรัฐธรรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 244 (3) ระบุให้ติดตาม ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น เป็นหลัก
ด้านนายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการที่ปรึกษาได้วางกรอบไว้ 2 ข้อ คือ 1.จะนำรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินฯ ที่ได้ศึกษาประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2550 ไว้แล้วมาพิจารณา ว่าควรจะเสนอแนะ หรือปรับปรุงแก้ไขอย่างไรบ้าง และ 2.จะนำประเด็นปัญหาที่สาธารณชนให้ความสนใจมาพิจารณาเพื่อทำความเห็น
“ผมขอให้สาธารณชนเข้าใจว่าเมื่อคณะที่ปรึกษาทำความเห็นเรื่องใดแล้วเสร็จ ก็จะส่งให้ผู้ตรวจการพิจารณา เพื่อให้ผู้ตรวจการฯ เลือกใช้ประโยชน์ และการทำหน้าที่ปรึกษานั้นจะมีเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องให้ตรวจสอบ นอกจากนั้นแล้ว คณะที่ปรึกษาขอย้ำว่าจะไม่ใช่การทำหน้าที่เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแข่งกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. ...” นายวิษณุ กล่าว
อย่างไรก็ดี การทำงานของคณะที่ปรึกษาต้องแบ่งเป็น 2 ตอน คือ 1.กระบวนการแก้ไขมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ต้องนำมาพิจารณาว่าจะมีแนวทางปฏิบัติ หรือภาคทฤษฎีใดบ้าง ที่จะลดปัญหา หรือทำให้เกิดความสวยงาม สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไปต่อสู้หรือขัดขวางไม่ให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 2.เมื่อมีส.ส.ร.แล้ว เชื่อว่าต้องลงมือยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มาตรา 1 ถึงมาตราสุดท้าย
ดังนั้น ทางคณะที่ปรึกษาจะทำความเห็นว่าบางประเด็นที่จะแก้ไขนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆ มามีบัญญัติไว้หรือไม่ หากมี จะพิจารณาต่อว่าเกิดเสียงวิจารณ์ใดหรือไม่ หากทำอย่างไรเพื่อให้การแก้ไขนั้นมีความสอดคล้องกับยุคโลกาภิวัฒน์ ธรรมาภิบาล เช่น มาตรา 190 ที่เคยมีการแก้ไขไปแล้ว 1 ครั้งแต่ยังเกิดความไม่ชัดเจน หากมีการแก้ไขจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
“ส่วนมาตรฐานความเป็นกลางอย่างที่สังคมกังวลนั้น เมื่อมีการตั้งเป็นประเด็นและกรรมการให้ความเห็น เมื่อมีความเห็นที่แตกต่างก็จะไม่ลงมติ หรือโหวตว่าจะยึดตามความเห็นใคร แต่จะส่งทุกความเห็นให้ผู้ตรวจการฯ พิจารณา ส่วนผู้ตรวจจะเลือกทั้งหมด หรือเฉพาะประเด็นนั้น เป็นสิทธิ์ ส่วนระยะเวลาทำงานนั้น เชื่อว่าจะทำงานให้แล้วเสร็จก่อนที่ ส.ส.ร.จะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้คณะที่ปรึกษานัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 16.00 น.”นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นข้อเสนอด้านรัฐธรรมนูญของคณะที่ปรึกษาฯอาจมีคนมองว่าเป็นการไปกำกับการทำงานของส.ส.ร.ในอนาคต นายนรนิต กล่าวว่า พวกเราไม่มีอำนาจไปคอนโทรลใคร ซึ่งการทำความเห็นต่างๆ ในรัฐธรรมนูญเป็นเพียงความเห็นไม่สามารถคอนโทรลผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้
ขณะที่นายวิษณุ กล่าวเสริมว่า เราไม่กลัวหรือกังวลว่าพรรคการเมืองใด หรือสมาชิกรัฐสภา ที่ให้กำเนิดส.ส.ร. จะเข้าไปชี้นำหรือคอนโทรล ทั้งที่มีช่องทางและมีอำนาจ ส่วนคณะที่ปรึกษาไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมีตัวบุคคล แต่กลับมีประเด็นว่าจะไปชี้นำหรือคอนโทรล รัฐบาลดาหน้ามาพูดกลางสภาว่าไปคอนโทรล ไปแทรกแซง ไปบังคับไม่ได้ หากทฤษฎีนี้ถูกต้องแสดงว่าไม่มีใครไปคอนโทรลได้ แล้วทำไม 10 คนถึงจะเข้าไปแทรกแซง ส.ส.ร. ดังนั้นไม่มีประเด็นอะไร







