
มาร์คย้ำแก้รธน.ต้องไม่แตะองค์กรอิสระ
อภิสิทธิ์ ย้ำ 1 ใน 3 ประเด็นแก้รธน. ต้องให้หลักประกันเรื่องความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการ – สสร. ต้องมีความหลากหลาย
อภิสิทธิ์ ย้ำ 1 ใน 3 ประเด็นแก้รธน. ต้องให้หลักประกันเรื่องความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการ – สสร. ต้องมีความหลากหลาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่า ตามที่มีการเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรจะเหลือองค์กรอิสระเท่าที่จำเป็น เช่น ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ควรเป็นแผนกหนึ่งของศาลฎีกานั้น เป็นสิ่งที่พรรคมีความห่วงใยมากที่สุดและได้ย้ำตั้งแต่ตอนต้นที่ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
“เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราได้ย้ำตั้งแต่ตอนที่มีการพูดถึงเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า นี่คือความห่วงใยของเรา ที่สุดท้ายกำลังมาเปลี่ยนหลักการในเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า รูปแบบจะเป็นอย่างไร และเป็นเหตุผลที่ 1 ใน 3 ประเด็นที่จะควรจะต้องมีการแปรญัตติก็คือการสร้างหลักประกันในเรื่องของการเป็นอิสระขององค์กรตุลาการ และองค์กรตรวจสอบ”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังต้องรอดูความชัดเจนเพิ่มเติมก่อน แต่ย้ำว่าความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบ ฝ่ายตุลาการนั้นยังเป็นสิ่งสำคัญในระบบการเมืองที่จะต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสมไม่ให้คนมีอำนาจใช้อำนาจในทางที่ผิด
“ต้องรอดูความชัดเจนเพิ่มเติม แต่ว่าความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบ ตุลาการ นั้นยังคงเป็นสิ่งสำคัญมากในการที่จะทำให้ระบบการเมืองของเรามีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสมไม่ให้คนที่มีอำนาจใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่ถ้าเริ่มต้นจากทัศนะคติที่ว่า องค์กรเหล่านี้มาเป็นปัญหา ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ ก็คงจะไม่ถูกต้อง”นายอภิสิทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ แม้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอาจมีผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินบ้าง แต่ทุกครั้งที่มีผลกระทบก็สืบเนื่องมาจากการบริหารนั้นไปสร้างปัญหาเอาไว้เอง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกครั้งที่มีผลกระทบนั้นก็เป็นการสืบเนื่องมาจากการบริหารเองไปสร้างปัญหาเอาไว้
"ทั้งศาลปกครอง และองค์กรอิสระอย่าง ปปช. และ กกต. ก็ล้วนเป็นองค์กรที่จะต้องมีอยู่ แต่การปรับรูปแบบบางประการก็สามารถกระทำได้"นายอภิสิทธิ์กล่าว
สำหรับประเด็นจำนวน สสร. 150 คนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากมีการยอมรับได้ ดังนั้นก็ควรพิจารณาข้อเสนอของตนด้วย ที่จะให้มีจังหวัดละ 2 คน โดยยกเว้นบางจังหวัดที่มีขนาดเล็ก แต่ประเด็นนี้มองว่าไม่ใช่อยู่ที่จำนวน สสร. ที่ต้องการให้มีเพิ่มขึ้น แต่ต้องการให้เกิดความหลากหลาย เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมาก แต่เป็นกติกาที่ต้องใช้ให้เกิดความสมดุลของสังคม
ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 28 กพ.-2 มีค.นี้ นายอภิสิทธิ์เดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และพบปะองค์กรภาคธุรกิจ รวมทั้งเข้าพบฝ่ายการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลของญี่ปุ่นด้วย







