
โกร่ง Impact
...พิชัย นริพทะพันธุ์
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผู้เขียนเป็นลูกศิษย์อาจารย์วีรพงษ์ รามางกูร ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นคณบดีอยู่ ซึ่งลูกศิษย์ของท่านในสมัยนั้นหลายคนประสบความสำเร็จในสายงาน เป็นใหญ่เป็นโต ไม่ว่าจะเป็นคุณสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร คุณพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง คุณกฤษฎา อุทยานิน ที่ปรึกษาระดับ 10 กระทรวงการคลัง หรือแม้กระทั่งคุณวิเชฐ ตันติวานิช รองกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฯลฯ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมามากมายในหลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฯลฯ ซึ่งผลงานในอดีตเป็นที่ประจักษ์ของคนทั่วไป ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่อาจารย์ออกมาให้คำแนะนำกับรัฐบาลก็มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ที่ท่านออกมาวิจารณ์การดำเนินงานที่ผิดพลาดของคณะกรรมการ ปรส. ในการขายสินทรัพย์ของประเทศ
สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่านเสนอให้กราบไหว้พระพุทธรูปปางห้ามญาติ เป็นต้น มาจนถึงปัจจุบันที่ท่านออกมาแสดงความเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการออกมาแต่ละครั้งก็มักจะเป็นหมัดขวาตรงเข้าปลายคางรัฐบาลนั้น จนผู้เขียนขอขนานนามการออกมาวิจารณ์รัฐบาลของอาจารย์แต่ละครั้งว่า
“โกร่ง Impact” เสมือนการเข้าชนของวัตถุในความเร็วสูง ที่ไม่อาจปฏิเสธหรือต้านทานได้นอกจากยอมรับผลของมันการเข้าชนของอาจารย์ครั้งล่าสุดนี้ท่านได้ออกมาเตือนให้รัฐบาลระวังความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งผู้เขียนก็มีความเห็นตรงกับของอาจารย์อย่างมาก และอยากให้ความเห็นเพิ่มเติมในบางเรื่อง เพราะจากตัวเลขการว่างงานที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศสหรัฐ
ทำให้เกิดความสงสัยถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐว่าได้ดำเนินไปถูกทางหรือไม่ เพราะเงินส่วนมากถูกอัดฉีดเข้าไปพยุงสถาบันการเงิน โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน และพยายามรักษาระดับราคาของอสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อไม่ให้ตกลงมามาก เพราะจะทำให้ทรัพย์สินที่สถาบันการเงินถืออยู่ต้องด้อยค่าลงและเป็นหนี้เสีย เพราะมูลค่าไม่คุ้มกับราคาจำนองได้ โดยการดำเนินการดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดการสร้างงานในระบบ จึงทำให้ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Sector) ยังคงเป็นปัญหาอยู่
เหมือนกับที่อาจารย์บอกว่าไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎีของเคนส์ (Kaynes) อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมหาศาลในประเทศจีน ที่ปรากฏว่าการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไหลไปอยู่ในการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ จนรัฐบาลต้องออกมาควบคุมการปล่อยกู้ในเรื่องนี้ ปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นสูงของกลุ่มประเทศ PIGS คือ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ กรีซ และสเปน ที่รอวันปะทุให้เกิดวิกฤตการณ์รอบใหม่ และการที่เวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินด่องอีก โดยจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเตรียมพร้อมถ้าหากเศรษฐกิจโลกเกิดจำเป็นต้องกลับเข้าสู่วิกฤตการณ์อีกครั้ง โดยผู้เขียนยังคงหวังให้รัฐบาลจะได้ลดการกู้เงินลงเพื่อเตรียมไว้ในคราวจำเป็น
อาจารย์ยังได้เตือนให้ระวังถึงสภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง (Hyper Inflation) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งทำให้ราคาสินค้า คอมโมดิตีเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกประเภท แต่ก็เป็นอานิสงส์ให้พี่น้องเกษตรกรไทย ทำให้สามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาที่สูงและอาจสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากมาตรการใดๆ ของรัฐบาล แต่ทั้งนี้อาจจะเกิดสภาวะ Stagflation ได้ ถ้าเกิดเศรษฐกิจโลกกลับสู่วิกฤตการณ์ และสินค้าคอมโมดิตีต่างๆ มีราคาสูงขึ้นมากในเวลาเดียวกัน
และสิ่งที่ผู้เขียนเห็นด้วยกับอาจารย์อย่างยิ่ง คือการที่อาจารย์ออกมาเตือนธนาคารแห่งประเทศไทยว่ายังไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ เพราะจะทำให้การฟื้นตัวของภาคธุรกิจช้าลง อีกทั้งการเพิ่มดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็แข็งอยู่แล้ว
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ผู้เขียนแค่อยากให้กำลังใจกับอาจารย์วีรพงษ์ให้ท่านได้ออกมาเตือนรัฐบาลบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เพราะจะเป็นเสียงสะท้อนที่ดี และรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ควรจะรับฟังอาจารย์ กับปรากฏการณ์
“โกร่ง Impact” ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ความคิดของรัฐบาลจมปลักอยู่กับผลประโยชน์ส่วนตัว






