posttoday
ไม่สนบัญชีดำ

ไม่สนบัญชีดำ

21 กุมภาพันธ์ 2555

ครม.เมินแก้กม.ฟอกเงิน/ปปง.สะกิดธุรกิจรับมือ/บัณฑูรเฉ่งยับรัฐบาลยันสภา

ครม.เมินแก้กม.ฟอกเงิน/ปปง.สะกิดธุรกิจรับมือ/บัณฑูรเฉ่งยับรัฐบาลยันสภา

2 บิ๊กรัฐบาลประสานเสียงไม่แก้กฎหมายฟอกเงิน

วันที่ 20 ก.พ. แกนนำหลายคนในรัฐบาล เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ระบุตรงกันว่า จะไม่แก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเอาใจคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force) หรือ FATF ซึ่งกำหนดให้ไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศ ที่ต้องเฝ้าระวังการฟอกเงินและสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย

“ไทยไม่สามารถออกกฎหมายเพื่อเอาใจองค์กรหนึ่งองค์กรใดได้ เพราะไทยไม่ใช่ฐานก่อการร้ายต้องคำนึงถึงประเพณีของไทยด้วย และหากกฎหมายมีอำนาจมากกว่าศาล อาจถึงขั้นยึดทรัพย์สินของธนาคารได้” ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ

พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า หากแก้ไขกฎหมายตามที่ FATF จะกระทบต่อเศรษฐกิจภายในอย่างมาก เพราะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินทุกกรณี และหากมีจลาจลหรือเกิดวินาศภัย หรือแม้แต่คดีอาญาธรรมดาแล้วสงสัยก็จะถูกตรวจสอบทันที

“กฎหมายหลายประเทศไม่ได้เข้มขนาดนี้ เขาจงใจที่จะบล็อกไทย ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางการเมืองของเรา” พล.ต.อ.ประชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. แถลงวันที่ 20 ก.พ.ว่า ในเร็วๆ นี้ ตลาดเงิน ตลาดทุน ธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ของไทยจะได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ เพราะการทำธุรกรรมกับ 40 ประเทศ ต้องใช้เวลานานขึ้นและค่าธรรมเนียมก็จะเพิ่มขึ้น ฯลฯ

“ในภาพรวมจะเป็นการลดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และจะทำให้คนไทยมีปัญหาในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ” พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นว่า ในเดือนนี้ ต้องเร่งประกาศใช้กฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และตรวจสอบลูกค้าของสถาบันการเงิน เพื่อไม่ให้คนร้ายจ้างนอมินีเปิดบัญชีธนาคารและใช้ฟอกเงิน ฯลฯ ที่สำคัญต้องผ่านร่างกฎหมายเรื่องนี้ภายในสิ้นปี

ด้านผู้นำภาคเอกชนได้ตำหนิรัฐบาลอย่างรุนแรง อาทิ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องระดับโลก รัฐบาลปัจจุบันก็ต้องเสียหน้า บ้านเมืองควรมีกฎหมายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ แต่สังคมไทยไม่ให้ความสำคัญเรื่องกฎหมาย รัฐสภาไทยไม่ชอบออกพระราชบัญญัติ แต่พอมีเรื่องกลับต้องไปออกเป็นพระราชกำหนด

“กฎหมายมากมายที่ควรได้รับการปฏิบัติก็ค้างเติ่งอยู่ในสภาไม่ผ่านออกมา รัฐสภาไทยมีอย่างเดียวคือใช้สภาไว้ด่ากัน ทำสภาล่ม สังคมไทยจึงกลายเป็นสังคมที่ตัดสินกันด้วยอารมณ์ ขณะนี้ประเทศไม่มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและการเงิน ทุกอย่างดีหมด มีแต่ความเสี่ยงจากความไม่ปรองดอง” นายบัณฑูร กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก