
กระตุ้นเอกชนเปิดกว้างให้พ่อลาคลอดได้
มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ร่วมภาคีเครือข่าย กระตุ้นพ่อรู้สิทธิ์ “ลาคลอด” ได้ 15 วัน ช่วยแม่เลี้ยงลูก พร้อมรณรงค์ให้หน่วยงานเอกชนให้สิทธิเหมือนราชการ
มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ร่วมภาคีเครือข่าย กระตุ้นพ่อรู้สิทธิ์ “ลาคลอด” ได้ 15 วัน ช่วยแม่เลี้ยงลูก พร้อมรณรงค์ให้หน่วยงานเอกชนให้สิทธิเหมือนราชการ
นายสง่า ดามาพงษ์ ประธานคณะกรรมการโครงการสื่อสาร ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างงานเสวนา ถึงเวลาพ่อลาคลอด ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2553 ครม. ระบุให้ข้าราชการผู้ชายสามารถลาติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วัน ทำการ เพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงดูลูกหลังคลอด ต่อมาได้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ข้อ 20 อนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2555 แต่ยังไม่รับทราบเป็นที่แพร่หลาย
ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ปกป้องสิทธิของเด็กในการได้มีโอกาสได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อ และขอให้ข้าราชการได้ใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่ สำหรับสิทธิการลาคลอดของประเทศต่างๆ โปแลนด์ให้พ่อลาคลอดได้ 14 วัน นอร์เวย์ 10 สัปดาห์ โดยแชร์จากสิทธิของคุณแม่ พม่า 6 วัน อินโดนีเซีย 2 วัน กัมพูชา 10 วัน เคนย่า 14 วัน
"ขอให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยสนับสนุนให้หน่วยงานที่อยู่ในสังกัดรับรู้สิทธิของตนเอง และรัฐบาลควรผลักดันให้ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนได้รับสิทธิเช่นเดียวกับข้าราชการ รวมถึงหน่วยงาน ผู้บริหาร หัวหน้างานทั้งภาครัฐและเอกชน เห็นความสำคัญ อนุญาตให้ลางานได้โดยไม่ตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งบทบาทของพ่อในช่วงที่แม่คลอดบุตรนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นกำลังใจที่ดีและแบ่งเบาภาระของภรรยาได้ ในอนาคตหากเพิ่มวันลาให้ได้ 1 เดือน จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอย่างมาก"นายสง่ากล่าว
ด้าน ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวว่า บทบาทคุณแม่ลูกสองตนมีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวให้ครบ 6 เดือน เพราะนมแม่เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีประโยชน์ต่อลูกมากที่สุด ซึ่งก็สามารถเลี้ยงดูลูกทั้งคู่ด้วยนมแม่สำเร็จ เนื่องมาจากมีสามีเป็นกำลังใจที่สำคัญประกอบกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่ออกกฎระเบียบ ตั้งแต่ ปี 2551 สนับสนุนให้พ่อสามารถลาคลอดมาช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้เป็นเวลา 10 วัน
ด้านน.ส.กิรกมล ฉายบัณดิษฐ์ มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงสามารถลาคลอดได้ 3 เดือน ขณะเดียวกันผู้ชายก็สามารถลาคลอดได้ 15 วัน กฎหมายลาคลอดควรผลักดันต่อในเรื่องเชิงนโยบายกับการปฏิบัติ ปลูกจิตสำนึกค่านิยม ให้ผู้ชายต้องมีส่วนร่วมในการดูแลเลี้ยงลูกกับผู้หญิง สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปคือ จะต้องหารืร่วมระหว่างองค์การ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายกันอย่างไร







