
'โขง' แห้งขอดภัยพิบัติเกินเยียวยา
8...ชินภัทร์ ไชยมล
แม้ว่าจะผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือน แต่ขณะนี้สถานการณ์ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้าน จ.เชียงราย ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะหาทางแก้ไขปัญหาน้ำแห้งขอดที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากต้นตอปัญหาทั้งหมดยังไม่ยอมปล่อยน้ำลงมาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ปลายสายน้ำ คงไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่ประสบปัญหา ทุกประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS ก็คงประสบชะตากรรมเดียวกัน แต่ก็ไม่มีประเทศไหนจะสามารถแก้ไขหรือเรียกร้องให้จีนปล่อยน้ำลงมาให้ความช่วยเหลืออนุประเทศลุ่มน้ำโขงเดียวกันได้เลย เพราะขณะนี้ประเทศจีนเองก็กำลังประสบปัญหาแห้งแล้งขั้นวิกฤตเช่นกัน โดยเฉพาะทางใต้ของจีนที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก
ปัจจุบันฤดูกาลของน้ำในแม่น้ำโขงไม่เป็นไปตามธรรมชาติ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนในมณฑลยูนนานของประเทศจีน และสภาวะแล้งของต้นน้ำลำธาร
สาเหตุเบื้องต้นเริ่มมาตั้งแต่มีการระเบิดแก่งหินของกลุ่มทุนจากจีนเพื่อสร้างเขื่อนและกักเก็บน้ำไว้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากแม่น้ำโขงในภาคเหนือส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแก่งหินและหน้าผา กลุ่มทุนจากจีนจึงต้องทำการระเบิดแก่งหินเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลเร็วและแรงขึ้น ทำให้วันนี้วิถีชีวิตของชุมชนคนปลายน้ำโขงต้องเปลี่ยนไป ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของกลุ่มทุนจากจีนทั้งสิ้น
โดยก่อนหน้านี้กลุ่มทุนจากจีนได้ทำการขุดทรายรวมทั้งก่อสร้างริมตลิ่งฝั่งประเทศลาว เป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี เพื่อนำทรายไปถมพื้นที่เชื่อมระหว่างเกาะดอนซาวกับชายฝั่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลิ่งแม่น้ำโขงของฝั่ง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ถูกกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศไหลกัดเซาะอย่างหนัก ตั้งแต่พื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำไปจนเกือบถึงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน ซึ่งไม่ได้ก่อสร้างแนวคอนกรีตกั้น จึงทำให้เกิดการกัดเซาะดินลงไปอย่างหนัก
นายมิติ ยาประสิทธิ์ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงแสน กล่าวว่า ผลกระทบอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงและการสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสน เพราะนอกจากชาวประมงจะต้องสูญเสียแหล่งหาปลาอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังต้องสูญเสียร่องน้ำธรรมชาติที่ถูกทำลายเนื่องจากใบพัดได้ทำการตะกุยเอาเศษดินตะกอนที่อยู่ใต้น้ำไปสะสมกันในจุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แม่น้ำโขงในจุดนั้นน้ำตื้นเขิน สร้างความเสียหายแก่ระดับน้ำเดิม ทำให้น้ำตื้นเขินมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อกระแสน้ำเดิมที่หายไป ซึ่งตามธรรมชาติกระแสน้ำต้องหาร่องน้ำใหม่มาทดแทน จนเกิดปัญหาตามมาคือกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางไป
“
ผลกระทบจากการที่จีนสร้างตลิ่งกั้นน้ำบริเวณริมฝั่งลาว ส่งผลให้น้ำกัดเซาะริมฝั่ง อ.เชียงของ มากขึ้น เพราะจากปัญหากระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศรวมถึงปัญหาของการสะสมดินตะกอนจนเป็นสาเหตุให้แม่น้ำโขงมีความตื้นลง ซึ่งสาเหตุหลักๆ คงจะเนื่องมาจากการเปิดเขื่อนเพื่อระบายน้ำของจีน เพราะจะพัดพาเอาดินตะกอนเข้ามายังปลายสายมากขึ้น อีกทั้งการเดินเรือของจีนก็ส่งผลกระทบต่อดินตะกอนไม่น้อยเช่นกัน เพราะเรือจีนจะตะกุยเอาดินตะกอนใต้แม่น้ำขึ้นมา จนขณะนี้ดินตะกอนดังกล่าวได้กลายเป็นเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้น้ำโขงตื้นลงอย่างเห็นได้ชัด จากการสำรวจร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงครั้งล่าสุด เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่าร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงมีความลึกไม่ถึง 1.20 เมตร ซึ่งถือว่าดินตะกอนได้ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำโขงอย่างเห็นได้ชัด” นายมิติ กล่าวด้านนายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จ.เชียงราย กล่าวว่า ผู้ประกอบการเดินเรือตามเส้นทางแม่น้ำโขงไปยังประเทศจีนร้องเรียนว่า น้ำโขงแห้งขอดจนไม่สามารถเดินเรือได้ ขนส่งทางน้ำก็ได้ทำหนังสือส่งไปที่กรมเจ้าท่าเพื่อหารือทางออก เบื้องต้นอาจจะประสานไปยังคณะกรรมการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) หรือ JCCN ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และจีน ขอให้ร่วมเจรจาแก้ปัญหา
หากความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงในครั้งนี้เกิดจากธรรมชาติ เชื่อมั่นว่าอีกไม่ช้าแม่น้ำโขงก็จะกลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมได้ ชุมชนริมฝั่งโขงก็จะกลับมามีวิถีชีวิตดังเดิม แต่สถานการณ์ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงคงไกลเกินกว่าที่ธรรมชาติจะฟื้นกลับมาได้อีกแล้ว







