
เพลี้ยถล่ม‘พิจิตร’ งบภัยพิบัติส่อพิรุธ
โพสต์ทูเดย์
— จัดซื้อยาฆ่าเพลี้ยเมืองชาละวันส่อพิรุธ แพงกว่าปกติเท่าตัวแหล่งข่าว เปิดเผยว่า พบพิรุธการจัดซื้อสารเคมีกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่ จ.พิจิตร โดยมีการสั่งซื้อสารเคมีที่ชื่อสามัญว่า ฟิโนบูคาร์บ หรือชื่อทางการค้าว่า ไอ
–ขาบ ในปริมาณบรรจุ 1 ลิตร ราคาขวดละ 380 บาท จำนวน 25,833 ขวด แต่ก็ไม่สามารถแจกจ่ายได้ทั่วถึง ชาวนาจึงไปหาซื้อตามร้านเคมีเกษตรพบว่ามีราคาเพียงขวดละ 180 บาท“
เจ้าของร้านจำหน่ายยาฆ่าแมลงบอกว่าถ้าซื้อย่อยขายปลีกอยู่ที่ขวดละ 180 บาท หรืออาจได้ถูกกว่านี้ถ้าซื้อเป็นล็อตใหญ่ อาจขายให้ได้ในราคา 150160 บาท ไม่เข้าใจว่าเหตุใดยาฆ่าแมลงที่ทางจังหวัดจัดซื้อล็อตใหญ่จึงมีราคาแพงกว่าซื้อปลีกกว่าครึ่ง” แหล่งข่าวเปิดเผยทั้งนี้ จังหวัดพิจิตรได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และได้งบประมาณช่วยเหลือเกษตรกร แยกเป็น อ.วชิรบารมี 9.9 แสนบาท อ.สากเหล็ก 9.8 แสนบาท อ.วังทรายพูน 2.1 ล้านบาท อ.บางมูลนาก 3.04 ล้านบาท อ.โพทะเล 2.66 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 9.81 ล้านบาท
ด้านปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ นายขวัญชัย มหาชื่นใจ แกนนำชาวนา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวภายหลังนำชาวนา 30 คน ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือแก้ปัญหาว่า การสั่งให้โรงสีรับซื้อนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีโรงสีใดต้องการวางเงินค้ำประกันจำนวนมากเป็นเหตุให้หลายโรงสีไม่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
“
ล่าสุดราคาข้าวที่รับซื้อเหลือเพียงตันละ 7,000 บาท แม้รัฐบาลจะรับประกันราคาข้าวเปลือกตันละ 9,500 บาท ที่ความชื้นไม่เกิน 15% แต่ชาวนาเกี่ยวข้าวแล้วมีความชื้นที่ 25% เมื่อหักความชื้นและสิ่งเจือปนออกแล้วก็เหลือตันละ 7,000 เท่านั้น” นายขวัญชัย กล่าวนายขวัญชัย กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องของชาวนายังคงเดิม คือกำหนดราคาประกันตันละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ขยายโควตาโครงการประกันจาก 25 ตัน เป็น 50 ตัน ให้เปลี่ยนจากโครงการประกันเป็นโครงการรับจำนำแบบเก่า และกรมการค้าภายในสั่งให้โรงสีข้าวทุกแห่งเปิดรับซื้อข้าวของเกษตรกรในทันที
ด้านชาวนาในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ได้รวมตัวกันปิดถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเดชาติวงศ์ เรียกร้องให้ทางจังหวัดแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ต่อมานายกวี กิตติสถาพร ผวจ.นครสวรรค์ ได้มาเจรจา แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ กลุ่มชาวนาย้ายที่ชุมนุมจากแยกเดชาติวงศ์ไปยังแยกบึงบอระเพ็ด m







