
บี้พาณิชย์สอบโรงสีสต๊อกลม
นิพนธ์ขย่มปั้นตัวเลขหากินเพียบฟันส่วนต่างพุงปลิ้น5-6พันบาท
นิพนธ์ขย่มปั้นตัวเลขหากินเพียบฟันส่วนต่างพุงปลิ้น5-6พันบาท
นายกกิตมติศักดิ์ไล่บี้ “ยรรยง” ตรวจสอบสต๊อกข้าวโรงสี ชี้มีเบาะแส “สต๊อกลม” เพียบ
นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ข้าวเปลือกที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555 ที่มีปริมาณสูงถึง 67 ล้านตันนั้น จึงเชื่อว่ามีการปั้นตัวเลขปริมาณข้าวเปลือกเกินความเป็นจริง เนื่องจากข้าวนาปีปีนี้ถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มภาคกลาง เช่น ที่ จ.พิจิตรและ จ.พิษณุโลก ที่พื้นที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ยอมแจ้งของรับเงินชดเชย 2,222 บาทต่อไร่ เพื่อเข้าร่วมโครงการรับจำนำ ทำให้มีข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการจำนำข้าวสูงผิดปกติ หรือกรณี จ.กาญจนบุรี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นสต๊อกลมจริง และชาวนาที่เกี่ยวข้องก็ยอมรับแล้ว
นายนิพนธ์ยังได้เรียกร้องนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อกข้าว ไปตรวจสอบข้าวในโครงการว่าตรงกับตัวเลขที่แจ้งหรือไม่ ในขณะที่โรงสีมีแรงจูงใจที่จะทำเช่นนี้ เพราะข้าวเปลือกในโครงการอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน แต่ราคาตลาดอยู่ที่ 8,000-9,000 บาทต่อตัน จึงมีส่วนต่าง 5,000-6,000 บาทต่อตัน
“ถ้าโรงสีปั้นสต๊อกข้าวลมอย่างต่ำๆ 1 หมื่นตัน กำไรก็ตก 50-60 ล้านบาทแล้ว” นายนิพนธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงกว่าโรงสีที่ปั้นสต๊อกข้าวจะกว้านซื้อข้าวเปลือกในตลาดมาเก็บไว้ในสต๊อก แต่หาซื้อได้ยากเพราะใกล้สิ้นฤดูกาลการผลิตข้าวนาปี โรงสีน่าจะไปซื้อข้าวเปลือกนาปรังที่ผลผลิตจะเริ่มออกมาตั้งแต่เดือน มี.ค.พ.ค. 2555 มาสวมแทนข้าวนาปีให้เต็มจำนวนตัวเลขที่แจ้งไว้
นายสมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมอง ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว ระบุว่า เดิมคาดว่านาปีจะมีข้าว 23 ล้านตันข้าวเปลือก แต่น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ผลผลิตข้าวหายไป 9-10 ล้านตัน เมื่อลบกับข้าวที่ชาวนาภาคเหนือและอีสานเก็บไว้กินหรือทำพันธุ์ จะเหลือข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาดประมาณ 89 ล้านตัน และเข้าโครงการจำนำ 7 ล้านตัน
ทั้งนี้ ประเมินว่าขณะนี้มีข้าวเปลือกอยู่ในมือโรงสีอย่างน้อย 2 ล้านตัน และก่อนสิ้นสุดโครงการรับจำนำวันที่ 29 ก.พ.นี้ อาจมีข้าวเปลือกเข้าโครงการนับล้านตันก็ได้ โดยโรงสีจะนำข้าวไปจำนำในโครงการ โดยร่วมมือกับชาวนาที่มีใบประทวนและแบ่งผลประโยชน์กันภายหลัง และพบว่าบางพื้นที่การแบ่งเงินไม่ลงตัว ทำให้มีความขัดแย้งกันแล้ว
“การที่ ธ.ก.ส.โอนเงินจำนำข้าวเข้าบัญชีของชาวนาโดยตรงเป็นข้อดี เพราะช่วยแก้ปัญหาเงินรั่วไหลได้ แต่กรณีที่ข้าวเปลือกไม่ใช่ของชาวนา โรงสีก็ต้องไปไล่บี้เงินส่วนนี้มา และพบว่ามีความขัดแย้งกันแล้วในบางพื้นที่” นายสมพร กล่าว







