posttoday
ยึดทรัพย์แม้วพ่นพิษ คลังสั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ

ยึดทรัพย์แม้วพ่นพิษ คลังสั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ

03 มีนาคม 2553

ผลจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.63 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของ พ.ต.ท.ทักษิณ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มชินคอร์ป ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาไปด้วย โดยเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2553 กระทรวงการคลังได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบพฤติกรรมและดำเนินคดีกับข้าราชการเหล่านั้น

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อมอบหมายงาน 3 ด้าน ในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ

ด้านที่ 1 มอบหมายให้กรมบัญชีกลางดำเนินการยึดทรัพย์ตามคำพิพากษา รวมถึงดำเนินการตรวจสอบฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่ที่ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย

ด้านที่ 2 มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปศึกษาคำพิพากษาว่ามีรัฐวิสาหกิจไหนที่ได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ทีโอที หรือ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) โดยเสนอเรื่องรายงานขึ้นมาให้กระทรวงการคลังรับทราบเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ด้านที่ 3 เรื่องการเก็บภาษีของนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ทางกรมสรรพากรรับผิดชอบดำเนินการต่อ โดยการยึดทรัพย์ของทั้ง 2 คนเพิ่มเติม เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรที่ดำเนินการได้อยู่แล้ว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในฐานะเป็นหน่วยงานมีหน้าที่ตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิด โดยกรมจะศึกษาคำพิพากษาว่ามีหน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหาย เป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการนั้นตรวจความเสียหายภายใน 60 วัน และต้องส่งมาให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งของกรมบัญชีกลาง เพื่อชี้ขาดว่าความเสียหายที่แท้จริงเป็นเท่าไร และดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป

ขณะที่นายกรณ์ กล่าวว่า หลังจากนี้หน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ดำเนินการตามกฎหมายให้เป็นไปตามคำพิพากษา ทั้งกรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แต่ละหน่วยงานก็ต้องทำการบ้านว่าจะรับผิดชอบตามกฎหมายในส่วนใดได้ โดยคลังไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่มีอะไรต้องขยายความอีก

ด้านนายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบทุกส่วนตามคำพิพากษาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผิดทางละเมิดอย่างไรบ้าง มีเจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมกระทำความผิดอย่างไรบ้าง คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน จะสรุปผลได้ทั้งหมด เมื่อหัวหน้าส่วนราชการทำการสอบสวนส่งกลับมายังกรมบัญชีกลางแล้ว จะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานชี้ขาดว่า มีความเสียหายเท่าใดและต้องมีความรับผิดเท่าใด

สำหรับการยึดทรัพย์เพื่อส่งเงินเข้าคลังจำนวน 46,373 ล้านบาทมาเป็นของแผ่นดินนั้น นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ต้องรอให้พ้น 30 วันไปก่อน หลังจากนั้นกรมบัญชีกลางจะประสานไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บังคับคดี ขณะที่กระทรวงการคลังจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ก็จะทำการตรวจสอบบัญชีจากทุกธนาคารและต้องยึดเงินตามจำนวนที่ศาลสั่งเพื่อนำส่งเข้าคลังต่อไป ซึ่งมีทั้งเงินสด หน่วยลงทุน และหุ้น

ขณะที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า ในส่วนของคดีการหลีกเลี่ยงภาษีจากการซื้อหุ้นชินคอร์ป เป็นเงินมูลหนี้ทางภาษี 1.2 หมื่นล้านบาท กรมสรรพากรกำลังพิจารณาอยู่ โดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักคดีการเงินการธนาคาร นำคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์มาศึกษาอย่างละเอียด ซึ่งเป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น เพื่อศึกษาว่ามีมูลความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษและ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ นอกจากนี้จะประสานกับอัยการและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากต้องการให้ดีเอสไอดำเนินการในเรื่องใดที่ตรงตามอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ ก็พร้อมจะเข้าดำเนินการทันที

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย