
ไทย-เขมรเห็นพ้องเปิดด่านก่อนคุยปักหลักเขตแดน
ถกเจบีซีครั้งที่ 5 ราบรื่น ไทย-เขมรเห็นพ้องเปิดด่านชายแดนร่วมกันเพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า เผยหารือรอบใหม่กลางปีนี้
ถกเจบีซีครั้งที่ 5 ราบรื่น ไทย-เขมรเห็นพ้องเปิดด่านชายแดนร่วมกันเพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า เผยหารือรอบใหม่กลางปีนี้
เมื่อเวลา 15.00 น. ไทยและกัมพูชาได้ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ครั้งที่ 5 อย่างเป็นทางการ ที่โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โดยนายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ ประธานกมธ.เขตแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า กรรมาธิการชายแดนไทย-กัมพูชา มีความยินดีอย่างยิ่งตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา การประชุมหารือระหว่างไทย-กัมพูชา อยู่ในบรรยากาศความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ เพื่อหาทางออกร่วมกันจนเป็นที่น่าพอใจ 2 ฝ่าย
โดยเฉพาะการเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ บ้านหนองเอี่ยม จ.สระแก้ว - สตึงบท จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชาพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ และวันที่ 5 มี.ค.นี้ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เก็บรายละเอียดทางธรรมชาติ เพื่อใช้ในอนาคตต่อการเปิดด่าน
จากนั้น จึงจัดทำหลักเขตแดนที่ 1- 23 หรือตอนที่ 5 ซึ่งจะเริ่มหลักที่ 1 เรายังไม่ได้มีการหารือและตกลงร่วมกันในเรื่องภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เทคนิค 2 ฝ่ายหารือร่วมกัน ในการกำหนดคุณสมบัติบริษัท อย่างไรก็ตาม การประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 จะมีขึ้นประมาณกลางปีนี้ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
“เราได้หารืออย่างตรงไปตรงมา และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เราเป็นเจ้าหน้าที่คณะเทคนิค เราหารือเทคนิคล้วนๆ และเราได้มีความเห็นร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการว่า เราจะทำงานร่วมกันในสิ่งที่ง่ายไปหายาก และในการลงพื้นที่เห็นไม่เห็นพ้องต้องกัน จะมีการพักไว้ก่อนในฐานที่เข้าใจ และรอจนกว่าบรรยากาศที่ดีจึงกลับมาหารือกันใหม่ ซึ่ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจอันดีตรงกัน”นายบัณฑิต กล่าว
นายวาร์ คิม ฮง รมต.อาวุโส ผู้รับผิดชอบกิจการชายแดน และหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายกัมพูชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่กล่าวหาเป็นผลทางบวกหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือร่วมกัน 1 วันครึ่งที่ผ่านมา หลังงดการประชุมไปแล้ว 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ตนจะไม่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม แต่การประชุมที่ผ่านมา เป็นจิตใจใหม่และความหวังใหม่ในการหารือร่วมกัน การไว้วางใจร่วมกันครั้งนี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถามว่า เดิมมีการกำหนดว่าจะมีการปักปันเขตแดนที่บริเวณปราสาทประวิหารก่อน นายบัณฑิต กล่าวว่า เราได้หารือกันเบื้องต้น กรณีปราสาทอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลโลก ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะยังไม่ไปแตะต้องในสวนนั้น
ขณะที่ นายวาร์ คิม ฮง กล่าวว่า เริ่มปักปันเขตแดนที่ 1 บริเวณช่องสะงำ อีกทั้ง เอกสารยังไม่ครบถ้วน จึงยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และเป้าหมายครั้งแรกคือค้นหาหลักหมายที่ 1 และดำเนินการตามที่คุยกัน เพราะปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องดำเนินการได้ยาก จึงอยากไปเริ่มในจุดที่ง่ายก่อน ไปดำเนินการเรื่องที่ยากกว่า







