
มติมธ.อนุญาตให้จัดกิจกรรมม.112ทางวิชาการได้
มธ.ผ่อนกฎเหล็กเปิดช่อง นิติราษฎร์เคลื่อนไหวเฉพาะกิจกรรมวิชาการ ไม่ซ้ำเติมความขัดแย้ง พิจารณาเป็นรายกรณี
มธ.ผ่อนกฎเหล็กเปิดช่อง นิติราษฎร์ เคลื่อนไหวเฉพาะกิจกรรมวิชาการ ไม่ซ้ำเติมความขัดแย้ง พิจารณาเป็นรายกรณี ย้ำมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว
นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิจัย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(กบม.) ว่า ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์กรณีที่องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีหนังสือขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาทบทวนมติที่ประชุม กบม.เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองอันจะมาซึ่งความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทย โดยที่ประชุมได้พิจารณาและออกแถลงการณ์ต่อกรณีนี้
ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุว่า 1.ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยึดมั่นในหลักการที่มหาวิทยาลัยมีเสรีภาพทุกตารางนิ้วและยืนยันว่าในดินแดนธรมศาสตร์ยังเต็มไปด้วยเสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
2.แต่หากการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นใดๆ ตามสิทธิที่มีอยู่นั้น มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดสถานการณ์การเผชิญหน้าของกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้านและมีโอกาสเป็นชนวนให้เกิดความรนุแรง ซึ่งทุกฝ่ายทราบดีกว่าสังคมไทยไม่ควรบอบช้ำจากเหตุการณ์เหล่านี้อีก ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในฐานะผู้รับผิดชอบชีวิตของประชาคมธรรมศาสตร์ ชีวิตของประชาชนที่อยู่รายรอบ อาคารสถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยซึ่งล้วนมาจากภาษีอากรของประชาชน จำต้องใช้มาตรการเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่เปิดโอกาสให้เกิดสถานการณ์รุนแรงที่สังคไทยไม่อยากเห็นอีก
3.โดยหลักการมหาวิทยาลัยยินดีให้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในทุกเรื่อง การอนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อแสดงความคิดเห็นตามสิทธิเสรีภาพทางวิชาการต้องอยู่บนเงื่อนไขดังต่อไปนี้
3.1ผู้จัดต้องรับผิดชอบดูแลให้การชุมนุมแสดงความคิดเห็นหรือกิจกรรมทางวิชาการอยู่ในขอเบเขตของกฎหมาย
3.2ผู้จัดต้องรับผิดชอบมิให้มีการแสดงออก อย่างเปิดเผยหรือในเชิงสัญลักษณ์อันอาจยั่วยุให้เกิดความรุนแรงหรือเกิดการท้าทายในระหว่างผู้ที่มีความคิดแตกต่างกัน
3.3 ผู้จัดต้องรับผิดชอบยุติกิจกรรมได้ภายในเวลาที่กำหนดหรือที่ได้ขออนุญาตไว้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหากีดขวางทางสัญจรหรือสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนโดยรวมภายหลังยุติกิจกรรมทางวิชาการ ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและพื้นที่ต่อเนื่องโดยรอบมหาวิทยาลัย
4.การออกประกาศเรื่องการเข้มงวดการใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ นั้น ใช้ปฏิบัติทั้งต่อกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยและผู้ไม่เห็นด้วย ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ เนื่องจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยประเมินจากสถานการณ์ความสุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการตัดสินใจ และเมื่อสถานการณ์ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวคลี่คลายลง มหาวิทยาลัยก็ยินดีอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ตามปรกติ ทั้งนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานเหตุผลอื่นใด
"ขอย้ำว่า ผู้บริหารทุกคนยังคงเคารพในเสรีภาพการแสดงความเห็น และ เสรีภาพทางวิชาการทุกตารางนิ้วในธรรมศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยน ตราบใดที่การใช้เสรีภาพน้นอยู่บนหลัก "สันติวิธี มีขันติธรรม เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เป็นสุภาพชน มีเหตุผลทางวิชาการรองรับ"นายพรชัย กล่าว
นายพรชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการเคลื่อนไหวในประเด็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น หากเป็นการเคลื่อนไหว ในทางวิชาการ มหาวิทยาลัยไม่ได้ห้าม ยกตัวอย่างเมื่อวันที่30มกราคมที่ผ่านมาซึ่งมติดังกล่าวออกมาแต่ก็มีการใช้เสวนาวิชาการของกลุ่มต่างๆในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมแท้ๆไม่มีบุคคลภายนอกมาเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ว่าสนับสนุนหรือคัดค้าน ดังนั้นถือเป็นใช้สิทธิตามเสรีภาพทางวิชาการที่ยังดำเนินอยู่ ทั้งในส่วนของอาจารย์และนักศึกษา
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มนิติราษฎร์ยังสามารถจัดกิจกรรมได้อยู่หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ต้องทำเรื่องเสนอมาให้พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการก็จะพิจารณาในรายละเอียด ดูองค์ประกอบ โดยจะพิจารณาว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการแท้ๆ ไม่นำไปสู่การเผชิญหน้าก็จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ทั้งนี้นอกเหนือจากอาจารย์ที่จัดกิจกรรมแล้ว นักศึกษาก็สามารถใช้สิทธิในการแสดงออกได้ตามปกติ เช่นเดียวกับบุคคลภายนอกก็ต้องมีการขออนุญาตและมีการพิจารณาตามความเหมาะสม
นายพรชัย กล่าวว่า กรณีที่แถลงการณ์ระบุว่าเมื่อสถานการณ์ประเด็นความขัดแย้งคลี่คลายลงมหาวิทยาลัยก็จะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ตามปกตินั้น ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา แต่คงจะประเมินจากกรณีความขัดแย้งว่าคลี่คลายตัวลงหรือยัง เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้น แต่หากประเด็นดังกล่าวเบาลง และพูดจาด้วยเหตุและผลมากขึ้น ก็อาจจะวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงได้







