
พบซากช้างป่าตายกลางแก่งกระจานอีก
พบซากช้างป่าตายกลางอุทยานฯแก่งกระจานอีก เผยเป็นช้างขนาดใหญ่อายุ30ปี แต่ยังระบุสาเหตุการตายไม่ได้
พบซากช้างป่าตายกลางอุทยานฯแก่งกระจานอีก เผยเป็นช้างขนาดใหญ่อายุ30ปี แต่ยังระบุสาเหตุการตายไม่ได้
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจาก นายปัญญา เจริญมิ่งมงคล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บ้านละเมาะ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าพบโครงกระดูกช้างป่าในป่าลึก บ้านป่าผาก บริเวณรอยต่อ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ บ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ห่างจากจุดที่มีการเผานั่งยางช้างป่าที่ท้ายอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 ประมาณ 7-8 กม.จึงเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่
จากการตรวจสาบพบโครงกระดูกช้างป่า กระจายอยู่ตามลำห้วยและตามป่าไผ่ จึงได้เก็บรวบรวมได้จำนวน 20 ชิ้น แต่ไม่พบชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะ แต่อย่างใด โดยบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินของช้างป่าในอุทยานฯแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ออกหากินในส่วนของพื้นที่ บ้านละเมาะ ,บ้านป่าละอู และบ้านป่าเด็ง
หลังจากเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันเก็บรวบรวมซากโครงกระดูกช้างป่า และนำโครงกระดูกลงมาในช่วงเย็นที่ผ่านมา และทำการตรวจสอบที่บริเวณ อบต.หนองพลับ พร้อมแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน มาร่วมกันตรวจสอบซึ่งก็มีการยืนยันว่าเป็นโครงกระดูกช้างป่าจริง
นายวีระ กล่าวว่าหลังจากทางสัตว์แพทย์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าโครงกระดูกช้างป่าแก่งกระจาน ทั้งหมดรวมแล้ว 19 ชิ้น ประกอบไปด้วยโครงกระดูกเชิงกราน และ กระดูกต้นขาหลังขนาดใหญ่ พร้อมฟันกราม ,กระดูกสันหลัง,ฯลฯซี่โครงกระดูกส่วนใหญ่ขึ้นรา
เบื้องต้นทางสัตว์แพทย์เชื่อว่าช้างป่าตัวนี้อายุราว 30 ปีขึ้นไปและเป็นช้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ตายจากสาเหตุใดเนื่องจากชิ้นส่วนที่พบมีน้อย และไม่ทราบเพศ รวมถึงชิ้นส่วนของกระโหลกศรีษะก็ไม่พบเช่นกันคาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี สำหรับซากโครงกระดูกช้างป่าทั้งหมดได้มอบให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน เอาไปและให้ทางเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ทางจังหวัดได้มีการประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอหัวหิน อำเภอกุยบุรี เกี่ยวกับเรื่องปัญหาช้างป่า และการให้ทุกภาคส่วนช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดปัญหาการฆ่าช้างป่า ซึ่งในวันนี้ทางอำเภอหัวหิน ก็ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านละเมาะว่าพบโครงกระดูกช้างป่า จึงขึ้นไปตรวจสอบทำให้เห็นว่าวันนี้ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมกันดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า และคอยแจ้งข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะช้างป่าถึงแม้ตัวที่พบจะตานมานานแล้วก็ตาม







