posttoday
กรมชลประทาน แจง มั่นใจเอาน้ำอยู่

กรมชลประทาน แจง มั่นใจเอาน้ำอยู่

08 กุมภาพันธ์ 2555

กรมชลประทาน แจงมั่นใจเอาน้ำอยู่ ชี้พร่องน้ำภูมิพล-สิริกิตติ์รับน้ำได้มากกว่าปี 54 3 พันล้านลบ.ม.กันน้ำท่วม เตรียมผันน้ำทางขวางช่วยระบายน้ำท่าจีน

กรมชลประทาน แจงมั่นใจเอาน้ำอยู่ ชี้พร่องน้ำภูมิพล-สิริกิตติ์รับน้ำได้มากกว่าปี 54 3 พันล้านลบ.ม.กันน้ำท่วม เตรียมผันน้ำทางขวางช่วยระบายน้ำท่าจีน

การประชุมคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน มีวาระการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับยุทศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 24 ลุ่มน้ำ งบประมาณในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการ

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในปี 2555  ขณะนี้ 33 เขื่อนใหญ่ปรากฎว่ามี 13 แห่งที่ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี โดยส่วนใหญ่เป็นเขื่อนในภาคเหนือ อาทิ เขื่อนแม่งัด เขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่กวง ฯลฯ ที่น้ำจะลงมาในภาคเหนือ ซึ่งในวันที่ 1 ส.ค.2555 น้ำจะน้อยกว่าวันที่ 1 ส.ค.2554 โดยในเขื่อนภูมิพลจะเหลือน้ำ 45 % เขื่อนสิริกิติ์จะเหลือน้ำ 46 % ทำให้มีช่องว่างรับน้ำใหม่ได้มากกว่าปี2554กว่า 3,000 ล้านลบ.ม. แม้ว่าจะมีน้ำฝนตกเหนือเขื่อนแต่ยังมั่นใจว่าจะรับน้ำได้และน้ำจะไม่ท่วม

“การบริหารจัดการน้ำอาจจะปรับแผนด้วย เพราะหากฝนน้อยก็จะระบายน้ำน้อย ไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ แต่หากน้ำมากก็จะระบายช่วงพ.ค.-มิ.ย. ส่วนการพร่องน้ำก็จะไม่ให้ล้นตลิ่ง ซึ่งในจุดที่คันกั้นน้ำชำรุดก็มีการซ่อมแซมที่จ.ชัยนาท อยุธยา ลพบุรี สระบุรี จะไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เกษตร แต่ยอมรับห่วงช่วงอ.ป่าโมก จ.อ่างทอง” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า การรับน้ำช่วงต่อจากจ.สุพรรณบุรี ลงทะเล ที่แม่น้ำท่าจีนมีลักษณะคดเคี้ยวมากได้นำปรับแนวทางด้วยการให้น้ำเข้าคลองลักษณะแนวขวางมาลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ลงทะเลแทน ซึ่งยืนยันว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ และหากฝนตกอยู่ในเกณฑ์จะสามารถควบคุมการไหลของน้ำที่จุดวัดอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาได้ในระดับ 3,000-3,500ลบ.ม.ต่อวินาที โดยขณะนี้มีการไหลของน้ำอยู่ที่ระดับ 600-700 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน มีแผนในการพัฒนาแหล่งน้ำ 60 ล้านไร่ว่า โดยกรอบการพัฒนาประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนา 2.โครงการพัฒนาระบบสูบน้ำ 3.โครงการพัฒนาแก้มลิง 4.โครงการชลประทานในระดับไร่นา 5.โครงการเหลียวหลัง 6.โครงการพัฒนาโครงข่ายน้ำ 7.โครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ 8.โครงการพัฒนาฝาย 9.โครงการพัฒนาประตูระบายน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และ10.โครงการระบบระบายน้ำ โดยที่มีรายละเอียดเรื่องของฝาย 1,904 แห่ง ประตูระบายน้ำ 536 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 2,355 แห่ง ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพ จะมีโครงการเหลียวหลัง 100 แห่ง ชลประทานไร่นา 207 แห่ง สถานีสูบน้ำ 1,666 แห่ง ระบบส่งน้ำ 1,299 แห่ง                                

นายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ชี้แจงว่าขณะนี้มีชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจำนวน 32 เมือง 15 กลุ่มพื้นที่ ประกอบด้วย 1.แม่น้ำปิง 2.แม่น้ำน่าน-ยม 3.เชียงราย 4.แม่น้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน 5.จันทบุรี 6.บางสะพาน 7.แม่น้ำโขง 8.แม่น้ำมูล 9.สุราษฎร์ธานี 10.ชุมพร 11.นครศรีธรรมราช 12.หาดใหญ่ 13.ยะลา 14.ตะกั่วป่า 15.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม 27.2 ล้านไร่ โดยมาตรการแก้ไขวิกฤติน้ำนั้น หากเป็นน้ำท่วม จะป้องกันและฟื้นฟูป่าต้นน้ำ รวมทั้งมีระบบการพยากรณ์เตือนภัยน้ำท่วม การระบายน้ำและผันน้ำ การป้องกันชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ การเก็บกักน้ำในพื้นที่การเกษตร และพื้นที่แก้มลิงรับน้ำ


 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก