
เดินหน้ากดดันต่อไป
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ แสดงความเห็นต่อการที่จีนกับรัสเซีย
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ แสดงความเห็นต่อการที่จีนกับรัสเซีย
ได้ตัดสินใจวีโตคัดค้านข้อเสนอที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพในซีเรียผ่านการกดดันให้ประธานาธิบดี บาร์ชาร์ อัลอัซซาด ให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงถ่ายโอนอำนาจไปให้รัฐบาลใหม่แทน ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อคืนวันที่ 2 ก.พ.ว่า ทั้งสองประเทศจะต้องรับผิดชอบการการตัดสินใจดังกล่าว
เพราะการตัดสินใจของทั้งสองประเทศนี้ จะช่วยทำให้รัฐบาลของซีเรียเกิดความมั่นใจขึ้นว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าจะทำอะไรหรือปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงรุนแรงแค่ไหนก็จะมีผู้ให้การสนับสนุนและปกป้องคุ้มกันตนเองอยู่ในเวทีระหว่างประเทศเช่นนี้อีก
เหมือนดังเช่นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ภายหลังจากมีการลงมติดังกล่าวไม่กี่วัน กองกำลังทหารซีเรียได้ออกปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลอย่างหนัก จนมีผู้เสียชีวิตมากถึง 240 คน และยังมีรายงานอีกด้วยว่าการปราบปรามดังกล่าวก็เป็นไปอย่างเหี้ยมโหดอีกด้วย เช่น การสาดกระสุนใส่เต็นท์พยาบาลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการประท้วง
นอกจากนี้ เหตุผลที่ทั้งสองประเทศยกมาเป็นข้ออ้างในการคัดค้านมติแผนสร้างสันติภาพในซีเรีย ซึ่งระบุว่า แผนดังกล่าวจะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นนั้น นิวยอร์ก ไทมส์ มองว่าเป็นเหตุผลที่ไร้สาระสิ้นดี
เนื่องจากเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ทั้งสองประเทศต้องออกมาคัดค้านอย่างเอาเป็นเอาตายก็คือ ความหวาดกลัวว่าเหตุการณ์ในลักษณะแบบเดียวกันนี้จะมาเกิดขึ้นกับประเทศตนเอง และจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้ชาติตะวันตกยกเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อใช้แทรกแซงประเทศตนเอง ซึ่งก็ดูจะมีแนวโน้มความเป็นไปได้ไม่น้อย
เพราะทั้งจีนกับรัสเซียก็มีปัญหาในเรื่องการปกครองที่ไม่เสรีและเต็มไปด้วยการกดขี่ประชาชนอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากการลุกขึ้นมาประท้วงอยู่บ่อยครั้งของประชาชนทั้งสองประเทศ
ฉะนั้น สำนักข่าวชื่อดังแดนลุงแซมจึงเสนอแนะทางออก ว่า นานาชาติที่เห็นด้วยกับแผนสร้างสันติภาพในซีเรียควรเดินหน้าต่อไป ด้วยการผลักดันมาตรการกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจออกมาให้เข้มข้นมากๆ ขึ้น เพราะเชื่อว่าในที่สุดแล้วซีเรียรวมถึงทั้งสองประเทศผู้ให้การหนุน ภายหลังจะไม่สามารถทนทานต่อแรงกดดันจากนานาชาติได้นานนัก







