posttoday
ต้องปั้นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ใช้พลังงานอย่างมีเหตุมีผล

ต้องปั้นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ใช้พลังงานอย่างมีเหตุมีผล

02 มีนาคม 2553

....ทวารัฐ สูตะบุตร

ราคาน้ำมันที่เคยปรับสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 44 บาทต่อลิตร เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน จากวิกฤตราคาพลังงานที่ทั่วโลกต้องเผชิญหน้า และประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก จึงต้องก้มหน้ารับกรรมแบกรับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย

แนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนของกระทรวงพลังงาน จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการฝังรากลึกในใจของประชาชนให้รู้จักตระหนักใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณ ซึ่งไม่ใช่เพียงการกระตุ้นเฉพาะเวลาเกิดวิกฤตพลังงานเท่านั้น แต่จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับคนไทยทุกคนให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเป็นกิจวัตร

การปลุกจิตสำนึกการประหยัดพลังงานที่จะได้ผลอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก และเยาวชนซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ โดยการปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องมีการลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรมแบบระยะยาว ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้พัฒนารูปแบบโครงการเพื่อเด็กและเยาวชนตลอดจนถึงคุณครู โดยยึดถือแนวทางสำคัญ 3 ด้านเพื่อให้เกิดการบูรณาการความคิดด้านพลังงานอย่างยั่งยืนได้แก่

1.ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดแทรกเรื่องพลังงานเข้าไปในทุกชั้นการเรียนรู้ มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายและเข้าใจได้สะดวก ซึ่งมีโครงการตัวอย่างที่ดี ได้แก่ “โครงการรุ่งอรุณ” โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นโครงการนำแนวทางการเรียนการสอนรูปแบบใหม่เข้ามาในโรงเรียน หรือเรียกว่า Whole School Approach ซึ่งหัวใจของการเรียนรู้แบบนี้ คือการสอนด้านพลังงานจะไม่จำกัดแต่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่จะต้องนำสิ่งที่อยู่รอบโรงเรียนทั้งหมดมาสอน เช่น การนำของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลซึ่งแม้แต่อุจจาระ ปัสสาวะ ยังสามารถรีไซเคิล เป็นพลังงานในรูปอื่นได้

ทั้งนี้ โครงการรุ่งอรุณ สนพ.ได้ทำควบคู่ไปกับกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 5 ปีก่อน และได้ทำให้กระทรวงศึกษาธิการนำมาใช้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้เน้นให้ครูนำไปใช้เป็นหลักสูตรของแต่ละโรงเรียน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางความร่วมมือเพิ่มเติมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรับการเรียนการสอน โดยเน้นเรื่องพลังงานสอดแทรกอยู่กับ 8 กลุ่มสาระวิทยา เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ประยุกต์เอาบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้ามาสอน วิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต มีเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ในบ้าน รวมถึงวิชาภาษาอังกฤษ ก็สามารถนำคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องปั๊มน้ำมันมาปรับสอนได้ด้วย

รวมทั้งกระทรวงพลังงานยังได้ร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. ที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการนำแนวคิดต่างๆ มาปรับหลักสูตร ซึ่งจะเป็นการปรับหลักสูตรครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จำเป็นต้องนำเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชนให้ได้

2.การจัดทำค่ายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านพลังงานให้กับเด็กและครู สำหรับแนวทางการบูรณาการด้านพลังงานให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งจะเน้นการจัดทำค่ายเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกับเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการที่ประสบความสำเร็จได้แก่ โครงการต้นกล้าพลังงาน ที่มีแนวคิดเชิงสร้างสรรค์กับการทำงานเชิงนวัตกรรม นั่นคือการทำชิ้นงานสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งถือเป็นโครงการที่ได้ทำต่อเนื่อง และได้ต่อยอดมาจนปัจจุบันเป็นปีที่ 7 แล้ว ส่วนแก่นของเนื้องานในแต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปตามแนวนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

3.การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นแนวทางที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้มีแนวทางให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานตามท้องถิ่นต่างๆ หรือตามแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญ เพื่อให้ชุมชน เด็ก เยาวชน และครูที่อยู่บริเวณรอบๆ ศูนย์ได้ศึกษาหาความรู้ด้านพลังงานได้ทุกรูปแบบในเวลาที่แต่ละคนสะดวก

สำหรับศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานได้เกิดขึ้นแล้วหลายแห่ง เช่น ศูนย์สิรินธร ค่ายพระราม 6 อ.หัวหิน จ.เพชรบุรี ซึ่งได้จำลองพลังงานทั้งหมด มีนิทรรศการที่พูดถึงพลังงานในรูปแบบต่างๆ และการใช้พลังงานในอนาคต เป็นศูนย์การเรียนรู้คลอง 5 เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ซึ่งภายในศูนย์ได้เน้นเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และการประหยัดพลังงานภายในบ้าน อาคาร และโรงงาน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานที่น่าสนใจอีก เช่น องค์กรพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ โดยจะเน้นเรื่องการเรียนรู้ เรื่องความเป็นมาของไฟฟ้า และอีกแห่งที่สำคัญคือท้องฟ้าจำลอง ถนนเอกมัย กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีห้องที่ให้ความรู้เรื่องการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชื่อ “ห้องน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ” จัดทำโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โดยนำเสนอถึงที่มาและประโยชน์ของไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น

ด้านความก้าวหน้าของการสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังตามอัธยาศัยนี้ กระทรวงพลังงานมีแผนที่จะดำเนินการเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง โดยตั้งใจจะให้เป็นศูนย์ที่ทั้งครูและนักเรียนสามารถเข้าไปสัมผัสและมีประสบการณ์ได้จริง เช่น บริเวณมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งมีกลุ่มผู้ประกอบการเอกชนจัดทำพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมาผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ตามเขื่อนต่างๆ และโรงงานไฟฟ้าที่สำคัญๆ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ขึ้นด้วย เช่น เขื่อนภูมิพลมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าแม่เมาะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการทำเหมืองถ่านหิน และที่โรงไฟฟ้าลำตะคอง จ.นครศรีธรรมราช มีศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานเกี่ยวกับพลังงานลม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกระทรวงพลังงานตั้งใจที่จะต่อยอดกิจกรรมที่ทำร่วมกับเด็ก เยาวชนและคุณครู ให้เป็นยุทธศาสตร์การเรียนการสอนเรื่องพลังงานระดับชาติ โดยจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ครูที่ผ่านหลักสูตรหรือกิจกรรมด้านพลังงานสามารถนำไปพัฒนาวิทยฐานะขึ้นได้ จากเดิมที่กำหนดให้การยกวิทยฐานะจากครูผู้น้อยไปเป็นครูใหญ่จะเน้นที่เรื่องไอทีและภาษาอังกฤษเท่านั้น

แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนาควบคู่ไปด้วย ได้แก่สื่อการเรียนการสอนที่ต้องได้รับการพัฒนาให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนง่ายขึ้น ซึ่งจะเน้นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์พื้นฐาน โดยยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นมีตำราเรียนที่เป็นรูปและสีสันสวยงาม มีลักษณะเป็นการ์ตูนทำให้เด็กสนใจอยากที่จะเรียนรู้ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้นำเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา เพื่อนำไปเป็นตัวอย่างในการปรับปรุงหลักสูตรด้วย

บทสรุปสั้นๆ ก็คืออยากให้เรื่องพลังงานเป็นเรื่องง่ายที่สอดแทรกอยู่ทุกชั้นตอนการเรียน เป็นเรื่องที่เด็กๆ ทุกคนเข้าใจได้ด้วยการสอดแทรกพลังงานเข้ากับชีวิตประจำวันโดยตรง และหวังว่าเด็กรุ่นใหม่จะต้องรู้คุณค่าพลังงานมากกว่าคนรุ่นก่อน คือสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น สามารถเลือกใช้ได้อย่างมีเหตุผล เลือกใช้แหล่งพลังงานของที่เรามีอยู่ก่อนจะนำเข้า และใช้พลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้นครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ