posttoday
เมื่อมังกรพ่นไฟ ใคร รับผิดชอบ

เมื่อมังกรพ่นไฟ ใคร รับผิดชอบ

29 มกราคม 2555

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จ.สุพรรณบุรี สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จ.สุพรรณบุรี สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

โดย...พงษ์ไทย วัฒนาวณิชย์วุฒิ

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จ.สุพรรณบุรี สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ขอเชิญร่วมงาน ‘ตรุษจีนสุพรรณบุรี ปีทองมังกรสวรรค์’ ในระหว่างวันที่ 24-29 ม.ค. 2555 เวลา 18.00-22.00 น. ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี”

นี่เป็นข้อความประชาสัมพันธ์งานตรุษจีนของ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งวันที่ 29 ม.ค. ถือว่าเป็นวันสุดท้ายของงานอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้ววันเปิดกับวันปิดงานแทบจะเป็นวันเดียวกันภายหลังจากเกิดเหตุสลดใจ พลุระเบิดในระหว่างการแสดงในพิธีเปิดงาน หากใครได้ดูการถ่ายทอดสดในวันนั้นคงจะเห็นว่าอลังการงานสร้างจริงๆ ยิ่งใหญ่เหมือนงานระดับประเทศ ผมนั่งดูแล้วยังรู้สึกเสียดายว่าไม่ได้ไปถ่ายภาพงานนี้ ไม่งั้นคงได้ภาพงามๆ ของการแสดงจากประเทศจีนที่หาดูได้ยาก พลุนับพันดอกสว่างไสวสวยงามตระการตา แต่แล้วเพียงเสี้ยววินาทีภาพทั้งหมดก็กลับตาลปัตรเป็นเหตุโศกนาฏกรรม ขึ้นมาทันทีอย่างที่เป็นข่าวไปแล้วตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อมังกรพ่นไฟ ใคร รับผิดชอบ

วันรุ่งขึ้นหลังจากเกิดเหตุผมได้เข้าไปถ่ายภาพในพื้นที่ทั้งหมด บอกได้คำเดียวครับว่างานนี้คนจัดงานตั้งอยู่ในความประมาทล้วนๆ ครับ แม้ใครจะมองเป็นเรื่องอาถรรพ์ก็ตาม เพราะพื้นที่ที่จุดพลุอยู่กลางชุมชนที่มีทั้งบ้านและวัดโดยรอบ ใกล้บ้านสุดไม่เกิน 20 เมตร ทำไปได้ยังไง อย่ามาบอกนะว่าทุกปีก็จุดกันตรงนี้ไม่เห็นมีอะไร ก็เพราะว่ามันไม่มีอะไรก็เลยประมาท แต่พอมีอะไรขึ้นมาแล้วมันรุนแรงขนาดไหน พลุ ตะไล ดอกไม้ไฟ ถ้ามารวมกันเป็นพันๆ ลูกมันก็เป็นคลังแสงดีๆ นี่เอง อำนาจการทำลายล้างมันสูงมากขนาดไหนก็ดูจากภาพก็แล้วกัน ขนาดว่าคลังแสงคลังอาวุธของทหารที่มีการจัดเก็บการป้องกันอย่างแน่นหนายังระเบิดเป็นจุณมาแล้ว แล้วนับประสาอะไรกับคลังแสงย่อยที่ตั้งอยู่กลางลานปูนซีเมนต์ที่ทำไว้เป็นลานกีฬาประจำหมู่บ้าน แล้วรอบๆ จะเหลืออะไร

มีใครรู้ไหมว่าปีๆ หนึ่งมีคนไทยบาดเจ็บล้มตายไปกับการเล่นพลุ ดอกไม้ไฟ งานบุญบั้งไฟหลายจังหวัดในภาคอีสาน การจุดพลุในงานประจำปีของแต่ละจังหวัด พิธีเปิดปิดการแข่งขันกีฬาอีกเท่าไหร่ ผมบอกได้เลยว่าเยอะครับ ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนใหญ่จะไม่เป็นข่าวโดยเฉพาะบ้านนอกคอกนา พวกเราใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงกับเรื่องเหล่านี้มาตลอด แล้วทำไมล่ะ??? ขอได้ไหมต่อไปนี้ใครจะทำอะไร จัดงานอะไรก็ทำกันแต่พองาม ไม่ต้องแสดงความใหญ่โตหรือโชว์บารมีมากนักหรอก เพราะชาวบ้านเขาเดือดร้อน ยังดีที่งานนี้คุณบรรหาร ศิลปอาชา กับครอบครัว ตั้งหลักได้เร็วออกมาแสดงความรับผิดชอบ ลงพื้นที่พบชาวบ้านที่เดือดร้อน ยกมือไหว้ขอโทษขอโพยนับครั้งไม่ถ้วน

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการแสดงความรับผิดชอบต้องมี 3 สิ่ง ชดใช้ ชดเชย เยียวยา หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ค่าทำขวัญ นั่นแหละ คณะผู้จัดงานต้องชดใช้ค่าเสียหายของบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ ต้องชดเชยให้กับคนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานนี้ รวมทั้งคนที่ไม่มีบ้านอยู่ เพราะไฟไหม้หมดหรือเสียหายมากจนอยู่ไม่ได้ต้องออกไปเช่าบ้านหรืออยู่บ้านญาติก็ตาม เยียวยาหรือค่าทำขวัญใครที่โดนแบบนี้รับรองว่าสภาพจิตใจต้องไม่เป็นปกติแน่นอน เขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนอย่างที่เคย อย่างน้อยก็กว่าบ้านใหม่จะสร้างเสร็จบางคนอาจกลายเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิต ทั้งสามสิ่งนี้ต้องได้ครบและอยู่บนพื้นฐานมูลค่าความจริงทั้งหมด ถ้าได้ไม่ครบหรือน้อยกว่าที่เสียหายไป ผมแนะนำให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนร่วมกันฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญาต่อคณะผู้จัดงานครับ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก