posttoday
การบินไทยกับคาร์บอนเครดิต

การบินไทยกับคาร์บอนเครดิต

27 มกราคม 2555

บอกให้รู้กันนะครับว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สายการบินทุกสายที่บิน

บอกให้รู้กันนะครับว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สายการบินทุกสายที่บิน

โดย..ภาสกร พุทธิชีวิน

บอกให้รู้กันนะครับว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สายการบินทุกสายที่บินเข้าออกจากสนามบินของประเทศสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU) จะต้องซื้อใบอนุญาตปล่อย CO2 ภายใต้กฎหมายการค้าสิทธิการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป หรือ EU ETS

ภายใต้ EU ETS ช่วงแรกสายการบินจ่ายเงินเพียง 15% ของ CO2 ที่ปล่อยสู่บรรยากาศ และสัดส่วนการจ่ายเงินจะเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่ง EU คาดว่าจะทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 2 ถึง 12 ยูโร (80-500 บาท) ต่อเที่ยวบิน มากน้อยแค่ไหนที่ผู้โดยสารจะรับภาระเพิ่มขึ้นอยู่กับสายการบินนั้นๆ ผลักภาระมาให้ แต่ในส่วนของสายการบินกลับประเมินตัวเลขสูงกว่านั้นมาก อย่างเช่น ค่าโดยสารระหว่างสหรัฐกับยุโรปอาจจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50-90 เหรียญสหรัฐ (1,550-2,800 บาท) ต่อคนทีเดียว

มีคำถามว่า มีช่องทางอื่นอีกหรือไม่ที่จะไม่ต้องจ่ายเงินให้กับ EU

คำตอบ คือ มีครับ แต่ของฟรีไม่มีในโลก เพราะถ้าคุณไม่อยากจ่าย คุณต้องเอาการลด CO2 มาแลก เขาเรียกว่า การชดเชยคาร์บอน หรือ คาร์บอนออฟเซต (Carbon Offset) ซึ่งการชดเชยคาร์บอนนี้ ข้อมูลจากหนังสือ “NATIONAL GEOGRAPHIC วิกฤตทางรอด อนาคตพลังงาน” ยกตัวอย่างไว้ว่า สมมติเราต้องเดินทางไปทำธุระจากเมืองไทยไปญี่ปุ่น หรือจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก เราทราบหรือไม่ว่า การเดินทางของเรามีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นจาก CO2 ที่เราปล่อยไป มีการคำนวณว่าระยะเวลาในการบินประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้เกิด CO2 ต่อคนเท่ากับ 1 ตันเศษ CO2 จำนวนนี้เราต้องทำอย่างไร จึงจะชดเชยได้ วิธีที่ยากสักหน่อย แต่เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาวคือ การปลูกต้นไม้ ปลูกสัก 6 ต้น ต้นไม้ 6 ต้นจะใช้ CO2 ในการสังเคราะห์แสง 1 ตันเศษในเวลา 1 ปี การเดินทางเที่ยวนี้เราชดเชย CO2 ได้แล้ว อีกวิธีหนึ่งก็ง่ายหน่อย คือจ่ายเงินให้คนอื่นทำแทนครับ

ในส่วนของการบินไทยจะมีผลกระทบอะไรบ้างหรือไม่นั้น ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ การบินไทย บอกว่า การบินไทยต้องจัดหาคาร์บอนเครดิตประเภท CERTIFIED EMISSION REDUCTION ให้ได้จำนวน 4.7 แสนตัน ซึ่งการบินไทยจะให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการในประเทศก่อน เพราะเชื่อว่าในประเทศไทยจะมีโครงการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งในต่างประเทศมีหลายประเทศที่เป็นผู้จำหน่ายคาร์บอนเครดิตจำนวนมาก เช่น จีน อินเดีย

การบินไทยยังมีแผนจะซื้อคาร์บอนเครดิตในประเทศจาก 5 โครงการใหญ่ๆ เช่น คาร์บอนจากบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ บริษัท น้ำตาลมิตรผล บริษัท Sindicatum Sustainable Mariyappan บริษัท เจริญสมพงษ์ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะรับซื้อคาร์บอนเครดิตจากแต่ละรายเป็นจำนวนเท่าใด เพราะต้องผ่านการรับรองก่อน อีกทั้งการบินไทยยังได้ร่วมกับองค์กรการบินระหว่างประเทศ (ไออาตา) ผลักดันให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านการจำหน่ายตั๋วโดยสาร รวมถึงจะพยายามขยายช่องทางการชดเชยคาร์บอนเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังจะร่วมกับไออาตาผลักดันให้สมาชิกในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีส่วนร่วมลดการปล่อยคาร์บอน

ทั้งนี้ ไออาตากำหนดเป้าหมายว่า หากอุตสาหกรรมการบินใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิลในสัดส่วน 6% จะทำให้อุตสาหกรรมการบินลดการปล่อย CO2 ได้ 5% ในปี 2563 และล่าสุดการบินไทยก็นำร่องในการนำเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพมาใช้บินในเส้นทางปกติเป็นเที่ยวบินแรกในภูมิภาคเอเชีย

ในส่วนของผมนั้น การเป็นผู้นำในเรื่องของการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง แต่ถ้าจะให้การบินไทยเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยและคนทั่วโลกแล้ว เราควรจะเป็นรายแรกที่ลุกขึ้นมารณรงค์ในการประหยัดพลังงานเพื่อลด CO2 แล้วนำ CO2 ที่ลดได้ไปชดเชยคาร์บอนกับ EU

ตัวเลข 4.7 แสนตัน ที่การบินไทยต้องลดให้ได้ในการชดเชย CO2 นั้น แผนการคือการซื้อคาร์บอนเครดิตในประเทศ คำถามที่ตามมาคือ การบินไทยจะซื้อจาก 5 รายนั้นจำนวนเท่าใด ซื้อเต็มจำนวน ซื้อบางส่วน หรืออาจจะไม่ต้องซื้อเลย

การประหยัดพลังงานในองค์กรและส่งเสริมหน่วยงานภายนอกที่มีความเกี่ยวพันกับการบินไทย เช่น โรงแรม ทัวร์ ให้ลดการใช้พลังงาน ใครลดได้เท่าใดก็มารับผลตอบแทนจากการบินไทยในรูปแบบต่างๆ โรงแรมไหนมีการประหยัดพลังงาน ลูกค้าไปพัก การบินไทยก็ให้ส่วนลด หรือผลประโยชน์บางอย่างเป็นการตอบแทน น่าจะทำให้การบินไทยได้ CO2 ไปชดเชยกับ EU ในจำนวนไม่น้อย

ลองรณรงค์ดูนะครับ การบินไทยเป็นองค์กรที่ใหญ่และมีพลังมาก ชักชวนหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เข้าร่วมลด CO2 กับการบินไทย เผลอๆ อาจจะไม่ต้องซื้อ CO2 จำนวน 4.7 แสนตันเลยก็ได้ งานนี้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่การบินไทยเอาจริงหรือเปล่า

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน