
ทนายแดงฟ้องสนธิ-เสธ.อ้ายยุยงปฏิวัติ
ทนายนปช.ปลุกเสื้อแดงรบทหาร แจ้งความกองปราบให้ดำเนินคดี "สนธิ" และ"เสธ.อ้าย"
ทนายนปช.ปลุกเสื้อแดงรบทหาร แจ้งความกองปราบให้ดำเนินคดี "สนธิ" และ"เสธ.อ้าย"
นายคารม พลพรกลาง ทนายกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะประธานสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและสังคม (ส.ป.ส.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินดคีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ อ้าย เลขาธิการกิตติมศักดิ์ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอดีตประธานที่ปรึกษากองทัพบก ในข้อหา ยุยงให้ราษฎรหรือยุยงทหารให้ก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 114, 115 และ116(2) หลังจากที่ทั้งสองได้กล่าวถึงการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 20 และ21 ม.ค.ที่ผ่านมา
นายคารม กล่าวว่า มีบุคคลสำคัญของการเมืองไทยสองคน คือ นายสนธิ กล่าวว่า ขณะนี้มีขบวนการจะล้มล้างสถาบันทหารอยู่เฉยได้อย่างไร ทำไมไม่ออกมาปกป้อง เรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจชัดเจนซึ่งผิดกฎหมายอาญา และหากพันธมิตรฯออกมาต้องชนะอย่างเดียว
นายคารม กล่าวต่อว่า คนที่สอง พล.อ.บุญเลิศ อาจไม่สำคัญมากแต่เป็นเพื่อน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวเหมือนกันว่าเหตุใดทหารนิ่งเฉยขณะที่มีความพยายามแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112และพยายามก้าวล่วงสถาบันจึงเรียกร้องประชาชนและทหารออกมายึดอำนาจ คำพูดของทั้งสองคนเป็นการข่มขู่รัฐบาล ยุยงให้ราษฎรเป็นกบฏ ยุยงให้ทหารกำเริบ และออกมาแสดงความเห็นยุยงปลุกปั่นที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่สงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ดำเนินการทั้งที่เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน
“วันนี้เรียกร้องคนเสื้อแดง เตรียมพร้อม ถ้าทหารออกมาก็สู้กัน สู้กันเพราะเราปกป้องประชาธิปไตย”นายคารมกล่าว
นายคารมกล่าวอีกว่า หากทหารออกมาประชาชนก็สู้แตกหัก เชื่อว่าคนเสื้อแดงไม่ยอม จะรบกันทั้งประเทศก็เอาประธานสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและสังคม กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องนี้แล้วจะเคลื่อนไหวเรื่องกฎหมาย มาตรา 112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นเห็นว่าหากบรรยากาศไม่ดี แก้ไขแล้วมีปัญหาก็ขอเสนอให้เพิ่ม มาตรา 112/1 เนื้อหาหลักคือ กรณีที่มีผู้กล่าวหาผู้อื่นในความผิดนี้หากผ่านกระบวนการพิสูจน์แล้วพบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความผิดก็ให้ผู้ที่มากล่าวหานั้นมีความผิดในมาตรานี้







