
คำชี้แจง"ณัฐวุฒิ"ก่อการร้าย-ไพร่ - รมต.
คำต่อคำ "ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ" แจงคำถามคาใจกับสารพัดประเด็นก่อการร้าย ไพร่ และเก้าอี้รัฐมนตรี
โดย...ทีมข่าวการเมือง
"ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายและมีถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ทุกสายตาเฝ้าจับตามองเขาเป็น”รมต.สายล่อฟ้า” ซึ่งภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เขาได้ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่สังคมคาใจ
ตอนนี้ถือว่าเป็นอำมาตย์ได้หรือยัง?
ผมเป็นประชาชนเต็มขั้น คือ เรื่องของจิตวิญญาณไม่ได้อยู่ที่หน้าที่หรือเก้าอี้ตัวไหนที่นั่ง แต่มันอยู่ที่จิตวิญญาณของคุณจะเป็นอย่างไร ผมก็ยังเป็ประชาชน
บทบาทแกนนำ นปช. และคนเสื้อแดงยังดำรงอยู่ใช่ไหม?
จุดยืนเรื่องประชาธิปไตยคงเดิม เพราะถ้าไม่มีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยคงเดิม มันทำงานในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะฉะนั้นจุดยื่นเรื่อประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง เป็นแต่เพียงว่า บทบาทภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เป็นเรื่องที่เราต้องเร่งทำให้มันเกิดผลปรากฏชัดอกมาก่อน ผมเชื่อว่าแม้แต่พี่น้องคนเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้กันมาก็อยากเห็นว่าในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมจะทำอะไรให้บ้านเมืองได้บ้าง การทำงานเป้าหมายก็เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสีไหน การทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรี ก็ต้องเป็นรัฐมนตรีของคนทุกสี รวมทั้งคนไม่มีสีด้วย
เคยวิจารณ์รัฐบาลก่อนมีผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเป็นรมต.วันนี้ตัวเองเป็นรัฐมนตรีและมีคดีก่อการร้ายจะทำอย่างไร?
จริงๆเรื่องนี้ไม่อยากพูดละเอียดนัก แต่ไปดูแง่มุมที่ผมเคยแสดงต่อบทบาทของนายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีนั้นผมแสดงท่าทีว่าคุณกษิตได้ให้สัมภาษณ์ และก็วิจารณ์ประเทศผู้นำเพื่อนบ้านอย่างหนักหน่วง รุนแรงจนทำให้สถานการณ์ความสัมพันธ์ของ สองประเทศในเวลานั้นไม่สู้ดีนัก เพราะฉะนั้นคนที่เคยมีท่าทีต่อประเทศเพื่อนบ้านเช่นนี้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจะมีปัญหา” ผมไม่ได้วิจารณ์ในเรื่องคดีความถ้าไปดูท่าที การให้สัมภาษณ์ หรือการปราศรัยเก่าๆ ก็จะชัดแบบนี้
การเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงและได้มาเป็นรัฐมนตรี เหมาะสมเชิงคุณธรรมจริยธรรมหรือไม่?
คดีของผมยังไม่ถึงที่สุด แล้วการต่อสู้ทางการเมือง 4-5 ปีที่ผ่านมา ผมว่าหานักการเมืองน้อยคนที่มีบทบาทในเวทีการเมือง ที่จะไม่ถูกคดีความ คุถอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องคดีร้ายแรง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯก็มีคดีที่ต้องโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตเช่นเดียวกัน ก็ถูกกล่าวหากัน เพราะสถานการณ์ทางการเมือง ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเป็นสถานการณ์ของการต่อสู้ คนที่อยู่ในสนามการต่อสู้ย่อมมีบาดแผลเป็นธรรมดา เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าบาดแผลมันเกิดจากอะไร และในท้ายที่สุดเราเป็นผู้ถูกตัดสินจากกระบวนการยุติธรรม ว่า เป็นคนทำผิดหรือไม่ตรงนั้นต่างหาก
คนเสื้อแดงเข้าใจหรือไม่วันหนึ่งเราเคยประกาศเป็นไพร่แต่วันหนึ่งมารับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นอำมาตย์?
อย่างที่บอกว่า ความเป็นประชาชนหรือจุดยืนที่เรียกว่าเป็นไพร่ยังไม่มีอะไรเปี่ยนแปลง เพียงแต่บ้านเมืองนี้เมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและผมเสนอตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ประชาชนเขาเลือกให้มาทำหน้าที่ และพรรคการเมืองต้นสังกัดก็ระบุว่าให้มาเป็นรัฐมนตรี ผมก็ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจ ความจริงตอนหาเสียงผมไม่เคยพูดเลยว่าจะเป็นหรือไม่เป็นรัฐมนตรี แต่คุณอภสิทธิ์ ก็พูดตลอดว่าถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลผมต้องเป็นรัฐมนตรีแน่ๆ ปรากฎว่าประชาชนเลือกมา 265 ที่นั่ง และวันนี้ผมก็มาเป็นรัฐมนตรี







