posttoday
คำสั่งสายตรง ฉีดฮอร์โมนกองทัพกลายพันธุ์

คำสั่งสายตรง ฉีดฮอร์โมนกองทัพกลายพันธุ์

19 มกราคม 2555

"จับทางการปรับเปลี่ยนพล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต จากรมว. คมนาคม มานั่งรมว.กลาโหม .นอกจากวางหมากสยบปัญหาเกาเหลาในกระทรวงคมนาคม แต่สายตรงดูไบมองข้ามช็อตถึงแผนการข้างหน้า เป็นแผนการที่ถึงเวลาอันสมควรแล้วต้อง"ปล่อยของ"แทรกซึมกองทัพ"

"จับทางการปรับเปลี่ยนพล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต  จากรมว. คมนาคม มานั่งรมว.กลาโหม .นอกจากวางหมากสยบปัญหาเกาเหลาในกระทรวงคมนาคม  แต่สายตรงดูไบมองข้ามช็อตถึงแผนการข้างหน้า เป็นแผนการที่ถึงเวลาอันสมควรแล้วต้อง"ปล่อยของ"แทรกซึมกองทัพ"

โดย........ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ภาคธุรกิจเอกชนเด้งรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 2  (ข่าวหน้าหนึ่งโพสต์ทูเดย์ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2555 )    ตามทางข่าวนี้ถือว่าตรงเป้าหมายนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคนจากดูไบ ที่ต้องการเซ็ททีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจใหม่ หลังจากห้าเดือนผ่านมาศักยภาพครม.ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและแก้ไขวิกฤติน้ำอยู่ในระดับสอบตก

แต่การกู้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต้องมีปัจจัยการเมืองเกื้อหนุน  "ต้องนิ่ง  ต้องมั่นคง"

คำสั่งสายตรง ฉีดฮอร์โมนกองทัพกลายพันธุ์ พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต

โดยเฉพาะด้านกองทัพถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ออกมาเขย่าขวัญรัฐบาลสีแดงตลอด  ในเมื่อเป้าหมายยิ่งลักษณ์และทักษิณต้องการสร้างภาพลักษณ์รัฐบาลให้เป็นที่ยอมรับพร้อมกับคิดการใหญ่ทางการเมือง  ก็ต้องอาศัยจังหวะปรับครม.ครั้งนี้ ล็อคเป้าสายความมั่นคงให้อยู่หมัดในคราวเดียวกัน  

จับทางการปรับเปลี่ยน พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต  จากรมว. คมนาคม มานั่งรมว.กลาโหม .นอกจากสลายความขัดแย้งระหว่างรมต.ในกระทรวงคมนาคม  แต่สายตรงดูไบมองข้ามช็อตถึงแผนการข้างหน้า  เป็นแผนการที่ถึงเวลาอันสมควรแล้วต้อง”ปล่อยของ”แทรกซึมกองทัพ

อย่าลืมว่า  ตั้งแต่เพื่อไทยได้รับชัยชนะเลือกตั้ง แต่กลิ่นอายความขัดแย้งยังคุกรุ่น เหตุจากความไม่ไว้วางใจจากคนเสื้อแดงที่มีต่อ”บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ยังดำรงอยู่เพราะเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมปฏิบัติการกระชับพื้นที่พี่น้องคนเสื้อแดง  เสียงเรียกร้องโยกย้ายผบ.ทบ. ตามด้วยให้แก้ไขพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งเขย่ากันบนถนน กัดเซาะกองทัพทุกวี่วัน ไม่เป็นผลดีต่อการเริ่มต้นทำงานของรัฐบาล  ไม่เป็นผลดีที่จะสร้างความไว้วางใจต่อกัน  ทำให้การวางตัว รมว.กลาโหมระยะแรก ต้องการภาพปรองดอง กระชับสัมพันธ์รัฐบาลและเพื่อไทยให้ได้

แม้ก่อนหน้านี้ ตท.10   ในพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอตัวเลือกรมว.กลาโหม  ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อ สุเมธ พรหมณี   พล.ต.พฤณ ฑ์  สุวรรณทัต   พล.อ.อ.สุกำพล  แต่ละตัวเลือกเป็นที่รับรู้ล้วนเป็นสายเหยี่ยวดุดัน มีแผลฝังลึกในใจจากผลพวงยึดอำนาจต้องถูกเนรเทศย้ายไปในตำแหน่งไม่สำคัญ 

คนดูไบเองก็มองออก หากมอบความไว้วางใจให้คนใดคนหนึ่งในตท.10 คุมกลาโหมในยามที่กองทัพถูกเขย่าจากเสื้อแดง  ก็เร่งอุณหภูมร้อนการเมืองตั้งแต่ยังไม่ทันบริหารประเทศ  ในที่สุดตัดสินใจเลือก พล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา นายทหารแก่ที่มีภาพอาวุโส ทหารรุ่นน้องนับถือ ที่สำคัญสามารถเข้าออกบ้านสี่เสาเทศน์อย่างสนิทใจมารับตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็ตบรางวัลสยบความเคลื่อนไหวเพื่อน ตท. 10 ด้วยการให้ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล เป็นรมว.คมนาคม และพล.อ.อ.สุเมธได้ดิบได้ดีในตำแหน่ง ประธานบอร์ด ทอท.                          

แต่ห้าเดือนที่พล.อ.ยุทธศักดิ์คุมกลาโหม สามารถล็อคแขนบิ๊กเหล่าทัพตั้งวงดนตรีสมานฉันท์เล่นเพลงจังหวะเดียวกัน    ชัดเจนจากการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี  ผ่านฉลุยตามที่ผู้นำเหล่าทัพขอมา  “บิ๊กตู่”จัดแพ็คสายคุมกำลังอยู่หมัด  ซึ่งแน่นอนสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มตท.10 เช่นเคย   แรงกดดันให้แก้ไขพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหมเกิดขึ้นอีก ถึงกระนั้นไม่เป็นผล เมื่อบิ๊กอ๊อดก็ไม่กล้าแตะ 

เมื่อกองทัพนิ่ง สมประโยชน์โยกย้ายแต่งตั้ง   ยิ่งลักษณ์เดินสายตรวจแถวสวนสนามเหล่าทัพอย่างสบายใจ ก็เป็นจังหวะประเหมาะเปลี่ยนตัวรมว.กลาโหม โดยไม่มีแรงเสียดทานเหมือนช่วงเริ่มบริหารประเทศ  จึงลงล็อคตามสัญญาใจจากดูไบได้เวลา “บิ๊กโอ๋” กลับมาผงาดกลาโหม เพื่อให้เดินเกมกระชับพื้นที่กองทัพยืนข้างรัฐบาล

เพราะประเมินกันแล้ว นับจากนี้ จะมีฤดูกาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ซึ่งย่อมเกิดแรงกระเพื่อมจากกลุ่มก้อนสังคมที่มีทั้งหนุนและต่อต้าน ที่สำคัญฝ่ายต่อต้านชูจุดขายการแก้ไขครั้งนี้เพื่อให้คนคนเดียวได้กลับประเทศอย่างผู้บริสุทธิ์  ตรงนี้เรียกแขกได้เยอะอาจนำไปสู่สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรง  พ่วงด้วยประเด็นการเพาะความคิดจากกลุ่มนักวิชาการหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ทำให้เกิดความเห็นแตกต่าง ซึ่งหากขยายตัวก็ไม่เป็นผลดีเขย่าความมั่นคงรัฐบาลเข้าไปอีก     อีกทั้งปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้การรอคำชี้ชาดศาลโลก ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชนรอดูท่าทีรัฐบาล  ขณะที่การฟื้นฟูประเทศจากปัญหาอุทกภัย ทุกสายตาก็รอดูผลงานรูปธรรม 

ระยะเวลาจากนี้หากสารพัดปัญหาไม่สามารถคลี่คลายย่อมจะถูกรวมศูนย์นำไปสู่การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล   แต่ถ้าหาทางเซ็ทกองทัพไม่ให้แตกแถวเชื่อว่าจะไม่เกิดรายการผู้นำเหล่าทัพตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธรัฐบาลขอยืนข้างประชาชนเหมือนในอดีต  นี่จึงเป็นความพยายามต้องกระชับพื้นที่กองทัพเพื่อความมั่นใจ

ถามว่า พล.อ.อ.สุกำพล  จะกระชับพื้นที่กองทัพได้อย่างไรในเมื่อ ตท.10 เป็นไม้เบื่อไม้เมากับฟากทหารที่ร่วมยึดอำนาจ   ถ้าพิจารณาจากตัวบุคคล  บิ๊กโอ๋ ยังมีสัมพันธ์อันดี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.   พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร.  แต่กับ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กับ พล.อ.ประยุทธ์   ต้องโฟกัสเป็นพิเศษ

เนื่องจากกรณีพล.อ.อ.อิทธิพรเคยเบียดพล.อ.อ.สุกำพล ขึ้นเป็นผบ.ทอ.หลังการปฏิวัติ ขณะที่เจ้าตัวถูกเด้งเข้ากรุ เป็นความคับแค้นใจถึงวันนี้ ช่นเดียวกับ “บิ๊กตู่”ยังมีบทบาทสำคัญคุมกำลังหลัก อย่างไรก็ตามในส่วนของผบ.ทอ.จะเกษียณอายุราชการปี้นี้ดูจะลดความขัดแย้งได้ระดับหนึ่ง    อีกทั้งการบริหารงบประมาณภายใต้การนำของ รมว.กลาโหมคนใหม่ กระจายสู่เหล่าทัพ  เป็นที่เฝ้ารอคอยจากทุกเหล่าทัพ เมื่อข้อเสนอโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ลงตัวตามสไตล์บิ๊กตท.10 จัดให้  การกระชับทางใจไร้ปัญหา ก็ย่อมนำไปสู่การแลกกับการเปิดทางให้กระชับโครงสร้าง จัดวางตำแหน่งโยกย้าย  ซึ่งแน่นอนนว่า เมื่อพล.อ.อ.สุกำพล ได้เป็นรมว.กลาโหม นั่นหมายความเพื่อนตท.10 อีกหลายคนในเพื่อไทย ย่อมมีบทบาทเข้ามาแทรกซึมกองทัพในทางอ้อม 

การจะทำได้สัมฤทธิผลหรือไม่ อยู่ที่ปม แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกลาโหมก่อน หากอ่านบทสัมภาษณ์พล.อ.อ.สุกำพล ผ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์  “โอกาสที่จะปฏิวัติเกิดขึ้นได้เสมอถ้าปล่อยให้กองทัพเป็นแบบนี้ ปล่อยให้มีพ.ร.บ.กลาโหมแบบนี้ “ เท่ากับชี้ชัดจุดยืน บิ๊กโอ๋ และเหล่าคณะตท.10 มุ่งมั่นต้องการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม เพื่อเปิดช่องให้ฟากการเมืองมีอำนาจโยกย้ายบิ๊กเหล่าทัพได้  ซึ่งหนึ่งในบัญชีดำที่ถูกกาหัวหนีไม่พ้นชื่อ”พล.อ.ประยุทธ์”   จากนั้นจะนำไปสู่การจัดวางกำลังกองทัพตามความต้องการนักการเมืองต่อไป  เป็นเช่นนี้กองทัพอยู่ในกำมือคิดทำการใดก็ไม่ยาก 

ปฏิบัติการเร่งฉีดฮอร์โมนให้กองทัพกลายพันธุ์  อาจไม่เห็นผลอย่างรวดเร็วเพราะแรงต้านในกองทัพยังมี จึงต้องแทรกซึมค่อยเป็นค่อยไป ตามสูตรจัดงบตบรางวัลให้นิ่ง เมื่อโอกาสพร้อมกดปุ่มสัญญาณถึงฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อไทยเดินเครื่องเต็มสูบ 

         
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก