posttoday
ภัยแล้งกระหน่ำสลายฝันชาวนาไทย

ภัยแล้งกระหน่ำสลายฝันชาวนาไทย

28 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวภูมิภาค

ลมกระโชกแรงแม้นำความผ่าวร้อนแผ่ทั่วทั้งทุ่งแล้ง แต่หาได้ทำให้ผู้ผ่านพบการหมุนเปลี่ยนของฤดูกาลมากว่า 70 ปี รู้สึกถึงสัมผัสผิวเนื้อ ตลอดชีวิตที่กร้านกรำแดดร้อนลมแรงเสมือนเพื่อนสนิทอันคุ้นชิน

เวลาผ่านมาร่วมเดือนแล้ว ที่ลุง “นี สอนอินทร์” ชาวนาบ้านพลกรัง หมู่ที่ 2 ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา วัย 77 ปี มานั่งเฝ้าผืนนา ก็เหมือนกับทุกครั้งทุกรอบการปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง กระดูกสันหลังของชาติที่ชีวิตผูกโยงกับผลผลิตจากผืนนาอย่างเขา ต้องหมั่นเอาใจใส่ดูแลต้นข้าวที่แตกกล้า เฝ้ารอจนกว่าจะเติบโตถึงวันเก็บเกี่ยว

“ในช่วงนี้ทุกปีฝนจะตกลงมาแล้ว แต่มาปีนี้ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ตั้งแต่หว่านข้าวมาจนถึงวันนี้ยังไม่มีฝนตกลงมาสักครั้งเดียว จนผืนนาเริ่มแตกระแหง ความชื้นในดินหมดไปและต้นข้าวที่กำลังงอกไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงเลย” ลุงนีเล่าถึงความแห้งแล้งซึ่งปีนี้หนักหนากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ราคาข้าวเปลือกที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ลุงนีตัดสินใจกู้หนี้ยืมสินจากเพื่อนบ้านมาเป็นทุนทำนาปรัง แม้ไม่มากเพียงแค่ 1.5 หมื่นบาท กับที่นาผืนเล็กเพียง 3 ไร่ แต่นี่คือรายได้ คือความหวังการดำรงชีวิต

“ราคาข้าวค่อนข้างดีน่าจะได้กำไร แต่ไม่คิดว่าจะแล้งหนักขนาดนี้ แม้พยายามสูบน้ำจากคลองชลประทานแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากที่นาผมอยู่ปลายน้ำ คนอื่นๆ ก็ประสบปัญหาเดียวกันและต้องแย่งกันสูบน้ำเข้าที่นาตัวเองจนทำให้น้ำในคลองชลประทานแห้งขอด ไม่เหลือน้ำเข้านา จนข้าวต้องแห้งตายไปแล้วกว่าครึ่ง หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่มีฝนตกลงมา ก็คงจำใจยอมขาดทุนปล่อยให้ต้นข้าวแห้งตายทั้งหมด เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”

ปัญหาที่ลุงนีกำลังประสบไม่ต่างจากความหวังของลุง “สุก ทอนพลกรัง” เพื่อนบ้านของลุงนี ก็ต้องพังทลายไปเพราะภัยแล้ง

“หนี้สินที่ยืมมาลงทุนทำนาปรังคงไม่มีปัญญาใช้คืนเขา ก็คงต้องหารายได้จากทางอื่นมาขอผ่อนผันขัดดอกจากเจ้าหนี้ไปก่อน อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจ่ายน้ำช่วยระบายน้ำออกมาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกลงมา” ลุงสุกยังพอมีความหวังถึงความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอยู่บ้าง เพียงแต่ความหวังนี้จะเป็นจริงได้แค่ไหน

“ธีระ วงศ์สมุทร” รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่เกษตรกรรมที่ประสบปัญหาภัยแล้งว่า เหลือน้ำเพียง 20% เท่านั้น แต่หากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงนานกว่าปกติก็จะต้องใช้น้ำที่เหลืออยู่เพียงแค่นี้ไปให้ถึงเดือนก.ค.

“หากนำมาใช้ก่อนจะเกิดผลกระทบกับน้ำต้นทุนในเขื่อน เพราะขณะนี้ได้นำน้ำในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าแล้ว 4 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หากฝนไม่มาจะเกิดวิกฤตน้ำครั้งใหญ่ของประเทศแน่นอน จะกระทบไปถึงน้ำที่จะผลิตประปาและกระแสไฟฟ้าทั้งระบบ ได้สั่งการให้ทำฝนหลวงพร้อมกันทั่วประเทศแล้ว เพื่อเติมน้ำในเขื่อนและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร”

“สมพิศ เนียมทอง” เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งงดการทำนาปรังในปีนี้และหันมาเพาะปลูกอ้อยในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งเธอหวังว่าจะช่วยสร้างรายได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะภัยแล้ง แต่แล้วความหวังก็ทำท่าว่าจะไม่สดใส

“เรารู้อยู่แล้วเพราะมีการประกาศเตือนภัยแล้ว แม้จะไม่ทำนาปรังแต่ก็ไม่งอมืองอเท้าที่จะสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวที่ต้องมีภาระต้องใช้จ่าย จึงหันมาปลูกอ้อย อนาคตคงต้องหวังน้ำฝนอย่างเดียว ถ้าภายในเดือนหน้าไม่มีฝนตกลงมาอ้อยที่ปลูกไว้ก็จะไม่โตและตายในที่สุด”

ด้าน “จรรยา คล้ายทอง” เพื่อนบ้านของสมพิศ ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงวัว บอกว่า ขณะนี้ขาดหญ้าสดให้วัวกิน ต้องเตรียมหาฟางข้าวตุนไว้ให้วัวประทังชีวิต

ความคาดหวังถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวในปีนี้ มาจากการคาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งหมายถึงเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะมีเงินเพื่อใช้จ่ายกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ แต่ปัญหาภัยแล้งกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ย่อมกระทบต่อผลผลิต ซึ่งหมายถึงรายได้ของพี่น้องเกษตรกรที่จะลดน้อยลงไป

ไม่ใช่แค่มรสุมสีแดงเท่านั้น ที่ทำให้สถานการณ์การเมืองโดยรวมอยู่ในภาวะที่ไม่นิ่ง อันส่งผลตามมาถึงภาวะเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ ก็เป็นปัญหาท้าทายที่หนักหน่วงไม่น้อยกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ