
บึ้มกรุง2จุด!ยึดทรัพย์เพิ่ม
โพสต์ทูเดย์
— มือป่วนขว้างระเบิดใส่ธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลมพระ ราม 2 “พินทองทา” งงพ่อถูกยึดทรัพย์ ส่อโดนอายัดทรัพย์เพิ่มเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ได้มีชายซ้อนมอเตอร์ไซค์ขว้างระเบิดใส่บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยถนนสีลม ซอยสีลม 19 ตรงข้ามวัดแขก เป็นเหตุให้กระจกบริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพแตกกระจายได้รับความเสียหาย 5 บาน นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้ตู้โทรศัพท์สาธารณะและรถแท็กซี่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องผู้บาดเจ็บ
ขณะเดียวกันรถยนต์ที่วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ตรวจสอบเบื้องต้นจุดเกิดเหตุพบหลุมเป็นวงกว้าง ลึกขนาด 5 ซม. ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดถนนสีลมหน้าธนาคารกรุงเทพหนึ่งช่องจราจรแล้ว
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันได้มีคนร้ายขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนพระราม 2 ซอย 65 ข้างโชว์รูมรถยนต์อีกหนึ่งแห่ง แต่ระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากมีเทปผ้าขาวพันไว้ เจ้าหน้าที่ได้กอบกู้ระเบิดไว้แล้ว
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่า ธนาคารได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสาขาและสำนักงานใหญ่เป็นกรณีพิเศษ โดยมีการจัดพื้นที่ให้ตำรวจด้วย
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ คตส. ยึดไว้ 7.6 หมื่นล้านบาทนั้น มีส่วนที่เป็นเงินสดเพียง 6.8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้กรมสรรพากรได้อายัดไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นค่าภาษีหุ้นชินคอร์ป แต่ตามคำสั่งศาลฎีกาฯ ต้องจ่ายเงินคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กว่า 3 หมื่นล้านบาท เงินสดที่อายัดไว้จึงยังไม่ครบตามมูลค่าที่ศาลระบุ กระทรวงการคลังจึงต้องนำทรัพย์สินอื่นๆมาขาย หากยังไม่ครบก็ต้องติดตามเงินฝากในบัญชีต่างประเทศเพิ่มเติม
“
ผมเชื่อว่าจะมีการอายัดทรัพย์ในคดีต่างๆ ที่ยังค้างอยู่อีก ซึ่งการยึดทรัพย์และคืนทรัพย์บางส่วนไม่มีผลต่อสภาพคล่องในระบบ เพราะเงินทั้งหมดยังอยู่ในประเทศ และไม่สามารถนำเงินออกนอกประเทศได้ทันที” นายพงษ์ภาณุ กล่าวสำหรับกระบวนการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องใช้เวลา30 วัน หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะรับเงินเข้ามา ส่วนที่เป็นเงินสดจะแจ้งให้ธนาคารนำส่งเงินพร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินคงคลัง และบันทึกเป็นรายได้ในงบประมาณ ส่วนที่ดินจะให้กรมธนารักษ์รับเป็นที่ราชพัสดุ และหุ้นจะบริหารจัดการโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อ่านแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุว่า ไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล เพราะเสมือนถูกปล้น ขอเรียกร้องประชาชนต่อสู้เพื่อแก้ไขความอยุติธรรมในประเทศ
น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวอยซ์ทีวี ว่า ทั้งพ่อและแม่ทำงานด้วยความสุจริต ไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์แต่อย่างใด
“
ยอมรับว่าค่อนข้างงงมาก คดีเรื่องหุ้นตัวเดียวกัน บอกว่าเป็นของคุณพ่อ โอ๊คกับเอมเป็นนอมินีไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ก็ยึดทรัพย์ไป 4.6 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันสรรพากรบอกว่าโอ๊คกับเอมเป็นเจ้าของทรัพย์ ขายแล้วได้กำไรก็จะขอมาเก็บภาษีอีก 1.2 หมื่นล้านบาท ก็งงว่าหุ้นตัวเดียวกันทำไมถึงมี 2 กรณี ชื่อบัญชีของเอมเองทั้งหมดไม่ได้คืนเลยสักบาทเดียว ถูกยึดไปหมด” น.ส.พินทองทา กล่าวน.ส.พินทองทา กล่าวอีกว่า หลังเรียนจบกลับมาก็ตั้งใจทำงาน หวังว่ามีเงินทุนเพื่อเริ่มทำงานต่อไป แต่ผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“
แต่ไม่ต้องห่วง ไม่ท้อแน่ๆ คุณพ่อโดนขนาดนี้ยังไม่ท้อ ประชาชนพี่น้องคนไทยที่ให้กำลังใจอยู่ก็ยังให้กำลังใจโดยไม่ท้อ ดิฉันก็จะสู้ต่อไป” น.ส.พินทองทา กล่าว






