posttoday
ศาลไม่รับไต่สวนฉุกเฉินครม.เยียวยาม็อบ

ศาลไม่รับไต่สวนฉุกเฉินครม.เยียวยาม็อบ

17 มกราคม 2555

ศาลปกครองไม่รับไต่สวนฉุกเฉิน กรณีมติครม.เยียวยาม็อบแดงระบุไม่มีเหตุจำเป็น ปชป.เผยคำฟ้องฉบับเต็มชี้ชัด มีผลประโยชน์ทับซ้อนพวกเดียวกัน

ศาลปกครองไม่รับไต่สวนฉุกเฉิน กรณีมติครม.เยียวยาม็อบแดงระบุไม่มีเหตุจำเป็น ปชป.เผยคำฟ้องฉบับเต็มชี้ชัด มีผลประโยชน์ทับซ้อนพวกเดียวกัน

นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยองพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในวันนี้(17ม.ค.)ได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินคำร้องให้เพิกถอนมติครม.เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง เนื่องจากหากยังปล่อยให้เดินหน้าทำตามมติครม.นี้ก็จะส่งผลกระทบเพราะเป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ  และจะทำให้เกิดความแตกแยกเพราะมาตรฐานการเยียวยาครั้งนี้แตกต่างกับเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบ

นอกจากนี้ หากยังดำเนินการตามมติครม.นี้ยังจะส่งผลให้เกิการไม่เคารพกฎหมาย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะช่วงที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีการฝ่าฝืนกฎหมาย​ ก็ยังได้รับการเยียวยา หากยังเป็นเช่นนี้ก็อนาคตคนก็จะไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งจะส่งผลต่อวินัยการเงินการคลัง และสร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำขอไต่สวนฉุกเฉิน เนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องไต่สวนฉุกเฉิน และศาลยังไม่ได้กำหนดวันที่จะนัดไต่สวนคดีดังกล่าว

สำหรับรายละเอียดคำฟ้องในกรณีดังกล่าวมีดังนี้

การออกมติดังกล่าวนั้นเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เป็นการเยียวยากลุ่มบุคคลที่ยังไม่พิสูจน์ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ตามความหมายของมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และในขณะเดียวกันมีบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองซึ่งมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้รับการเยียวยาอีกหลายกรณี

โดยการชดเชยเยียวยาครอบคลุมเฉพาะในส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในเหตุการณ์ นับแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทั้งปี 2552 มาจนถึงเหตุความรุนแรงในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 เท่านั้น

แต่ไม่รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์อื่นๆ อีกหลายกรณี อาทิ ผู้เสียชีวิตจาก กรณีตากใบหรือกรือเซะ ความรุนแรงใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกรณีของราษฎรและทหารผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่ยังได้รับค่าชดเชยเยียวยาน้อยกว่าเป็นจำนวนมาก และผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีตช่วงปี 2535 2516 และ 2519 ที่ยังคงเรียกร้องอยู่จนถึงปัจจุบัน อันถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงในความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสิ้น และรัฐบาลต้องมีหน้าที่เยียวยาความเสียหายดังกล่าวอย่างเท่าเทียมกัน แต่ก็หาได้ทำไม่

นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายตามมติคณะรัฐมนตรีในข้างต้น ยังรวมถึงกรณีผู้ที่ต้องหาคดีหรือต้องความผิดอาญาตามกฎหมายจากการกระทำในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งนี้ ทั้งในกรณี วางเพลิงเผาทรัพย์ มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ทำร้ายเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฯลฯ

รวมถึงผู้เสียชีวิตจากการประกอบระเบิดและระเบิดใส่ตัวเองที่สมานเมตตาแมนชั่นไว้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการชุมนุมที่ราชประสงค์ รัฐบาลในขณะนั้นได้ประกาศให้บังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และผู้ชุมนุมเคยดำเนินการฟ้องศาลแพ่งให้เพิกถอนการประกาศพระราชกำหนดฯ แล้ว แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง การชุมนุมต่อมาภายหลังจึงถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และถือเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งหากจะให้ได้รับการเยียวยาก็ควรให้มีการอภัยโทษหรือนิรโทษกรรมเสียก่อน

มิฉะนั้นมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จะทำให้แม้ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย มีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรง และสร้างความเสียหายแก่สังคมอันควรจะได้รับการลงโทษกลับมีสิทธิจะได้รับค่าชดเชยจากหลักเกณฑ์ในมติคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ และถือเป็นการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้อย่างไม่เหมาะสม ขาดความยุติธรรม เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง

มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงเป็นการเลือกที่จะเยียวยาความเสียหายเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วงเหตุการณ์ตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมาเท่านั้น แม้จะมีการระบุให้มีการชดเชยผู้ได้รับความเสียหายทุกกลุ่มไว้ก็ตาม แต่ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการเยียวยาส่วนใหญ่ปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยแทบทั้งสิ้น ทำให้มติคณะรัฐมนตรีมีความเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนพวกเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น มติคณะรัฐมนตรียังมิได้ครอบคลุมถึงกรณีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีตอีกหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงเช่นกัน อันถือเป็นการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้เสียหายจากเหตุการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน แต่มีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติต่างกัน ก่อให้เกิดความอยุติธรรมในสังคม ขัดต่อหลักความเสมอภาค

นอกจากนี้ การออกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ทำลายหลักนิติธรรมอีกเช่นกัน จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะมีอีกหลายกรณีที่เกิดความเสียหายอันอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐ และหลายกรณีเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองเช่นกัน แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการเยียวยา

คำขอของผู้ฟ้องคดี

1.ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวให้สิ้นผลไป

2.ขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติกำหนดกฎเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งต่างๆ อย่างเท่าเทียมกันจากข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีอย่างเป็นธรรม โดยไม่รวมถึงกรณี|ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง