posttoday
จัดการ สิ่งปลูกสร้างลดปัจจัยเสี่ยงน้ำท่วม

จัดการ สิ่งปลูกสร้างลดปัจจัยเสี่ยงน้ำท่วม

13 มกราคม 2555

จนถึงวันนี้ข้อเสนอบริหารจัดการน้ำภัยพิบัติ เพื่อแก้ปัญหาความอลหม่านในภาวะวิกฤต ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จนถึงวันนี้ข้อเสนอบริหารจัดการน้ำภัยพิบัติ เพื่อแก้ปัญหาความอลหม่านในภาวะวิกฤต ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

จนถึงวันนี้ข้อเสนอบริหารจัดการน้ำภัยพิบัติ เพื่อแก้ปัญหาความอลหม่านในภาวะวิกฤต ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล จำแนกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมออกเป็น 4 เรื่อง ประเด็น ได้แก่ 1.สภาพภูมิประเทศ โดยเป็นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่แต่กลับมีเส้นทางผันน้ำตามธรรมชาติสู่อ่าวไทยไม่เพียงพอ

2.พื้นที่ราบถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งชุมชน ปลูกสร้างขวางเส้นทางน้ำไหล3.หน่วยงานภาครัฐขาดการประสานงานอย่างเป็นระบบ และยึดถือขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเองเป็นใหญ่ 4.เจ้าหน้าที่รัฐยังขาดการมองปัญหาในภาพรวม

“เหตุที่น้ำท่วมภาคกลางรุนแรงขึ้นกว่าปกติ เพราะผู้มีอำนาจมุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว เช่น จงใจเบี่ยงแนวถนนจนไม่เป็นไปตามที่ศึกษาไว้ รวมถึงไม่มีการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินอสังหาริมทรัพย์ เหมือนในต่างประเทศ” อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีรายนี้ ระบุ

อุเทน เห็นว่า มหาอุทกภัยที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างไร้ทิศทาง ที่ผ่านมาแม้จะมี พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2542 เพื่อบังคับใช้ก็จริง แต่กลับพบว่าการใช้อำนาจแบ่งเส้นทางกักเก็บน้ำล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

นั่นทำให้เขามองไปถึงการพัฒนากฎหมายและข้อบังคับให้เป็นสากล เช่น การออก พ.ร.บ.ควบคุมบริหารเพื่อป้องกันน้ำท่วม สำหรับให้หน่วยงานที่จัดการทรัพยากรทั้งหมดได้ใช้ร่วมกัน

“ผู้ที่บังคับใช้โดยตรงนั้น อาจต้องปฏิรูประบบราชการด้วยการนำเอาหน่วยงานที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำมาเป็นตัวช่วย และมีอำนาจเต็มในการจัดการเรื่องน้ำให้มากและครอบคลุมกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ ในรูปแบบของกระทรวงน้ำ” อุเทน อธิบาย

นอกจากนี้ อุเทนได้เสนอแนวทางจัดการกับสิ่งปลูกสร้างอีก 5 ส่วน ได้แก่ 1.สร้างประตูกั้นน้ำทะเล พร้อมเครื่องสูบน้ำบริเวณปากอ่าวไทย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องกังวลกับระดับน้ำทะเลที่หนุนสูง

2.สร้างประตูผันน้ำตอนบนของแม่น้ำ 3 สาย เพื่อให้รับทราบข้อมูลระดับน้ำที่ไหลเข้าออก และไม่ปล่อยให้น้ำไหลเข้าไปสู่เขตเมือง 3.สร้างคลองผันน้ำลงสู่ทะเลสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ลงมาถึงอ่าวไทยควบคู่กับการสร้างคันกั้นน้ำป้องกันพื้นที่เมืองและนิคมอุตสาหกรรม และจัดให้มีทางระบายน้ำท่วมพิเศษ (Super Express Floodway) ในพื้นที่ที่อ่อนไหวกับการถูกน้ำท่วมได้ง่าย

4.สร้างพื้นที่พักน้ำ (แก้มลิง) จำนวนมากตลอดแนวแม่น้ำ ตั้งแต่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไล่มาจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นทางเดินของน้ำสายหลัก และบริเวณอื่นที่สามารถสร้างได้

5.ปรับปรุงสภาพแม่น้ำ ลำคลองให้ปราศจากสิ่งกีดขวาง รวมถึงไม่ให้ตื้นเขิน เพื่อควบคุมประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ อุเทนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำร่วมเสวนาในหัวข้อ “น้ำจะท่วมเหมือนปี 54 อีกไหม” ที่รัฐสภา เพื่อสรุปบทเรียนการทำงานของภาครัฐ โดยผู้เข้าร่วม อาทิ ชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต  

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน