
ทักษิณกำลังสร้างประวัติศาสตร์อันใด?
ขณะที่เขียนบทความนี้เป็นเวลา 14.30 น. ของวันที่ 26 ก.พ. 2553 ซึ่งหลายๆ ท่านรวมทั้งผู้เขียนกำลังรับฟังการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อยู่อย่างใจจดใจจ่อ ที่หลายท่านเชื่อว่า ศาลต้องมีมติยึดทรัพย์ของอดีตนายกฯ คนนี้อย่างแน่นอน!
คำพิพากษานี้ก็จะเป็นคำพิพากษาที่เป็น
“ประวัติศาสตร์” ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของวงศ์ตระกูล “ชินวัตร” ที่จะส่งผลตามแบบที่อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านเรียกว่า “เจ็ดชั่วโคตร” เพราะจะส่งผลไปชั่วลูกชั่วหลาน และแน่นอนว่าต้องเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ในคดีการโกงกินครั้งประวัติศาสตร์ ที่คนโกงได้รับการปกป้องจากคนไทยบางจำพวก รวมถึงเป็นประวัติศาสตร์ของโลก ที่คุณธรรมและจริยธรรมได้ถูกท้าทายจาก “พลังการเมือง”ประวัติศาสตร์เหล่านี้สร้างโดยคนคนเดียวโดยแท้ คือ ทักษิณ ชินวัตร!
คุณทักษิณจะจงใจที่จะสร้างประวัติ ศาสตร์เหล่านี้หรือไม่ก็ตามที ก็สามารถมองได้ทั้งสองด้าน ในด้านที่จงใจ ก็แน่นอนว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากการกระทำของคุณทักษิณ พร้อมด้วยครอบครัว พี่น้อง ญาติมิตร และบริวารของคุณทักษิณทั้งสิ้น ซึ่งคุณทักษิณจะต้องมีเจตนาบ้างไม่มากก็น้อยที่จะแสวงหาความมั่งคั่งและอำนาจอิทธิพล ด้วยการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของคุณทักษิณที่อยู่ในตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดกว่า 6 ปีนั้น
ในด้านที่ไม่จงใจ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า คุณทักษิณอยู่ในภาวะตกกระไดพลอยโจน คืออาจจะมีคนจำนวนหนึ่งคอยเสี้ยมสอนยั่วยุให้คุณทักษิณกระทำความชั่วดังกล่าว คนเหล่านี้ก็น่าจะมีหลายจำพวก ทั้งคนใกล้ชิดคือครอบครัวและญาติมิตร และคนรอบข้างคือนักการเมือง พ่อค้า กับผู้เข้ามาเกาะกินโดยอาศัยคุณทักษิณ
แต่ก็มีคนบอกว่าคนฉลาดอย่างคุณทักษิณคงจะไม่ทำอะไรที่เสียเปรียบคนอื่นอย่างแน่นอน รวมทั้งนิสัยที่ทะเยอทะยานบ้าบิ่นคงไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกได้ง่ายๆ ดังนั้นความชั่วทั้งปวงที่ปรากฏนี้ล้วนมีมาแต่สันดานอันอยู่ในเนื้อตัวของคุณทักษิณล้วนๆ
สิ่งที่ทำให้คนทั้งหลายเชื่อว่าคุณทักษิณมีนิสัยที่มุทะลุบ้าบิ่นก็คือข่าวต่างๆ ที่ปรากฏ นับตั้งแต่วันที่คุณทักษิณถูกทหารทำรัฐประหารขับไล่ออกจากตำแหน่ง คุณทักษิณก็ประกาศที่จะต่อสู้อย่างไม่ยอมเลิกรา ทั้งมีข่าวเชื่อมโยงจนเชื่อได้ว่า ความวุ่นวายในบ้านเมืองจากมวลชนแดงนานาชนิดนั้น ล้วนเกิดจากการถือท้ายของคุณทักษิณ ที่ให้การสนับสนุนม็อบเหล่านี้อย่างเต็มที่ ทั้งทรัพย์สินเงินทอง และการใช้ตัวเองเป็นสื่อให้เกิดความวุ่นวายมาโดยตลอด
คุณทักษิณกำลังเล่นเกมที่จิ๊กโก๋รุ่นใหญ่อย่างคุณแถมสิน รัตนพันธุ์ เจ้าของนามปากกา
“ลัดดาซุบซิบ” ท่านเรียกว่า “ให้มันยุ่งเข้าไว้”ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ ว่าแม้คดียึดทรัพย์นี้จะจบลง (คือถูกยึดทรัพย์แน่ๆ)คุณทักษิณก็ยังจะไม่ยอมแพ้ และยังคงจะต้องก่อความปั่นป่วนวุ่นวายให้คงอยู่ไปในสังคมไทยไปอีกนานเท่านาน อย่างที่คุณทักษิณเองก็ประกาศมาหลายครั้งแล้วว่า แม้ตายไปแล้วก็จะไม่เลิกราคำถามจึงเกิดขึ้นว่า
“คุณทักษิณทำอย่างนี้ให้มันยุ่งเข้าไว้ทำไม ?”ถ้าจะตอบอย่างที่คุณทักษิณประกาศต่อมาก็คือ
“จนกว่าจะได้รับความยุติธรรม” แต่ความยุติธรรมที่คุณทักษิณประกาศร้องขอก็คือ “นิรโทษกรรมและคืนทรัพย์สิน” ซึ่งก็คงจะยากลำบากเพราะคดีความต่างๆ ได้ก้าวมาถึงขั้นของการตัดสินโดยศาลแล้วทั้งสิ้น แม้จะหมดคดียึดทรัพย์นี้แล้ว ก็ยังมีคดีอีกสิบกว่าคดีที่รอพิพากษาไปตามลำดับ ซึ่งคงจะใช้เวลาอีกไม่นานนักในสายตาของนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ก็อาจจะบอกว่าคุณทักษิณบ้าไปแล้ว หรือในสายตาของชาวพุทธที่เชื่อในเรื่องเวรกรรม ก็อาจจะบอกว่าคุณทักษิณกำลังชดใช้กรรม ที่คุณทักษิณไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า และกรรมนี้เป็นกรรมชนิดที่กระจายไปยังลูกหลานกับทุกคนที่มาเกี่ยวข้องกับคุณทักษิณนั้นอีกด้วย หรือถ้ากล่าวตามไตรภูมิกถาก็ต้องบอกว่า
“เหมือนเหล่าเปรตอสุรกายที่กำลังถูกไฟร้อนเผาไหม้อยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์ ต่างส่งเสียงร้องและโกยกินเพลิงร้อนนั้น ประหนึ่งว่าเป็นอาหารอันโอชะ” ซึ่งคุณทักษิณและคนที่สู้เพื่อคุณทักษิณก็กำลัง “โกยกินเพลิงร้อน” ด้วยคิดว่าสังคมจะเวทนาสงสารแล้วหันมาเป็นพวกคุณทักษิณเพิ่มขึ้นผู้เขียนเชื่อว่าหลังคดียึดทรัพย์
“สังคมไทยจะตาสว่าง” ด้วยได้แยกแยะเห็นดีชั่ว แม้แต่คนที่โง่ที่สุดในสังคมก็ต้องรู้ว่า คนโกงจะเป็นคนดีได้อย่างไร และยิ่งมีการเผยแพร่คำพิพากษาของศาลออกไปอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง ถึงขั้นให้นักเรียนนักศึกษาได้เอาไปท่องจำเป็นอาขยาน ก็จะยิ่งทำให้สังคมได้ซาบซึ้งว่า “ความเลวที่ต้องรับโทษอย่างสาสม” นั้นเป็นอย่างไรหลายท่านอาจจะจำได้ถึงคำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทย ถ้ามีเลือกตั้งครั้งหน้าขอให้ใครที่จะแข่งกับพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ ที่แตกกระสานซ่านเซ็นมาจากพรรคไทยรักไทย จงเอาคำพิพากษาของตุลาการรัฐธรรมนูญในวันนั้นไปอ่านให้เข้าหูประชาชนผู้เลือกตั้งทุกๆ วัน บางทีอาจจะชนะการเลือกตั้งได้ง่ายๆ
ครั้งที่คุณทักษิณขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ในปี 2544 ได้เคยประกาศไว้ว่าจะพาพรรคไทยรักไทย
“สร้างประวัติศาสตร์” ซึ่งก็ได้ปรากฏประวัติศาสตร์อะไรต่อมิอะไรออกมามากมาย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ในการฆ่าตัดตอนในการปราบปรามยาเสพติดกว่า 2,000 ศพ ประวัติศาสตร์ในการจุดชนวนไฟใต้ด้วยคำพูดที่ว่า“โจรกระจอก” ประวัติศาสตร์ในการปู้ยี่ปู้ยำระบบราชการให้มาอยู่ใต้อำนาจนักการเมือง และประวัติศาสตร์การมอมเมาประชาชนด้วยนโยบายประชานิยม จนคนไทยจำนวนมากยังอมโรคนั้นไว้และมีสีออก “แดงๆ” อยู่ทั่วไปเป็นไปได้ไหมว่า การที่คุณทักษิณดิ้นรนต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรม แม้จะสร้างความเสียหายในบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ก็คืออีกแผนการหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างประวัติศาสตร์ของคุณทักษิณ คือ ประวัติศาสตร์ของ
“ความชั่วย่อมชนะความดี”ช่างเป็นความคิดที่ทุเรศสิ้นดี!







