
ตั้งแท่นรีดภาษีโปะกู้เงินฟื้นประเทศ
คลังวิ่งควักหาเงิน4แสนล้านบริหารน้ำ-ตั้งกองทุนประกัน
คลังวิ่งควักหาเงิน4แสนล้านบริหารน้ำ-ตั้งกองทุนประกัน
คลังเล็งรีดภาษีเพิ่ม โปะหนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ รวมวงเงิน 4 แสนล้านบาท
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า การให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทตามร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ 3.5 แสนล้านบาท และร่าง พ.ร.ก.กองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้านบาทนั้น จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น 23% เท่านั้น
ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยที่อยู่ที่ 40% ขณะที่แผนการบริหารหนี้สินจากการกู้เงินเพื่อลงทุนฟื้นฟูน้ำท่วมนั้น กระทรวงการคลังจะพิจารณารายละเอียดการชำระหนี้และแหล่งเงินต่อไป และเงินกู้ที่นำมาใช้ลงทุนในโครงการต่างๆ ต้องเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนประเทศมีรายได้ในอนาคตอย่างยั่งยืน และดูแลไม่ให้มีการรั่วไหล
“หนี้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แน่ นอนว่าจะเป็นภาระกับงบประมาณ ต่อไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะทำ การบ้านว่าจะชำระคืนหนี้ที่กู้ยืมมาอย่างไร เช่น การเก็บภาษีเพิ่ม แต่ต้องให้ประชาชนเข้มแข็งและตั้งหลักได้ก่อน อีกส่วนหนึ่งจะมาจากการขยายตัวเศรษฐกิจที่ทำให้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น และการปรับโครงสร้างหนี้” นายธีระชัย กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า การกู้เงินลงทุน 3.5 แสนล้านบาท จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 30 มิ.ย. 2556 ขณะที่การชำระหนี้ที่กระทรวงการคลังกู้มา 4 แสนล้านบาทนั้น หากยอดเงินกู้อยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าหนี้ภาระดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ปีละ 6 หมื่นล้านบาท
“หนี้สาธารณะรวมของเราอยู่ที่ระดับ 4.2 ล้านล้านบาท ซึ่งกระทรวง การคลังจะควบคุมหนี้สาธารณะไม่ให้สูงกว่านี้” นายกิตติรัตน์ ระบุ
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ระบุว่า ประเทศไทยมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะเป็นแหล่งเงินกู้เพื่อการลงทุน และช่วงที่ผ่านมารัฐบาลลงทุนน้อยกว่าที่ควรเป็น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานหลายด้านไม่สนับสนุนให้เกิดโอกาสการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค
โดยในปี 2554 ไทยมีหนี้สาธารณะ 4.27 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 40.2% ของจีดีพี มีภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ 11.5% ซึ่งใกล้เคียงกับกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดให้ภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ไม่เกิน 15% ดังนั้น การกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนในวงเงิน 5 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท ยังสามารถทำได้ แต่อาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อวินัยการคลัง โดยเฉพาะภาระหนี้ต่องบประมาณที่อาจเกินกรอบที่กำหนดไว้
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน 1.7 หมื่นล้านบาท และแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน 3.5 แสนล้านบาท โดยเป็นแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 3 แสนล้านบาท
พร้อมรับทราบยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ที่มีการลงทุนความต้องการใช้วงเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมปี 2555-2559 วงเงินลงทุนเบื้องต้น 2.27 ล้านล้านบาทเช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนคมขนส่ง การสื่อสาร และพลังงาน







