
แผนตัดงบกองทัพสหรัฐ
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา และเหล่าบรรดาผู้นำกองทัพสหรัฐ
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา และเหล่าบรรดาผู้นำกองทัพสหรัฐ
ได้ประกาศแผนการปรับปรุงยุทธศาสตร์และโครงสร้างทางการทหารในทศวรรษหน้าขึ้นใหม่ หลังจากที่งบประมาณจำนวนมากที่เคยมีมาได้ถูกตัดลดรายจ่ายลง รวมไปถึงการลดขนาดกองทัพให้เล็กลง เพื่อให้เป็นไปตามแผนตัดลดรายจ่ายของประเทศท่ามกลางสภาวะปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไชนา ไดอะรี สื่อยักษ์ใหญ่ของจีนได้แสดงความเห็นต่อแผนการตัดลดงบของกองทัพสหรัฐในครั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งสำหรับมุมมองของผู้รักสันติภาพ ที่มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกที่มีกองทัพที่ทรงพลานุภาพมากที่สุดในโลกได้ตัดสินใจลดกำลังของตนลง ซึ่งนั่นก็จะทำให้ศักยภาพในการทำลายล้างมีน้อยลงและจะส่งผลให้การตัดสินใจทำสงครามของสหรัฐในอนาคตเป็นไปได้ยากขึ้นในที่สุด
แต่ในมุมมองของจีนนั้น แผนการของกองทัพสหรัฐในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเผยให้เห็นถึงธาตุแท้ของสหรัฐที่ต้องการเข้ามาครอบงำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไว้ในกำมือของตน และต้องการสกัดกั้นการเติบโตขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของจีนมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากในแถลงการณ์ของแผนการกองทัพสหรัฐนั้น โอบามา ได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของสหรัฐได้เป็นอย่างดีว่า แม้จะมีการตัดลดงบและลดกำลังทางทหารลง แต่แผนความร่วมมือทางการทหารกับเหล่าพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิกจะยังคงเดิม เพราะภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่สำคัญในสายตาของสหรัฐเป็นอย่างยิ่ง
สื่อยักษ์ใหญ่ของจีนจึงเสนอแนะว่า สหรัฐควรหยุดมุมมองที่มีต่อจีนว่าเป็นศัตรูด้วยการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคนี้ขึ้นมาเพื่อปิดล้อมจีนได้แล้ว เนื่องจากทั้งสองประเทศจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการปิดล้อมจีน และในอนาคตก็จะเป็นฝ่ายสหรัฐเองที่จะเสียผลประโยชน์ เพราะในที่สุดการปิดล้อมจีนก็จะทำให้ชาติต่างๆ ในเอเชียหันมาตระหนักได้ว่าจีนคือชาติที่เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ได้มากกว่าสหรัฐ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นทุกๆ ชาติก็จะเมินหน้าหนีสหรัฐในที่สุด







