
ไล่เช็กบิลรุกอุทยานฯปลูกยางพารา
ต้นเหตุน้ำท่วมดินโคลนถล่มใต้โผล่รับเงินชดเชยเจอดำเนินคดี
ต้นเหตุน้ำท่วมดินโคลนถล่มใต้โผล่รับเงินชดเชยเจอดำเนินคดี
กรมอุทยานฯ เตรียมเอาผิดรุกป่าปลูกยางทั่วประเทศกว่า 4 แสนไร่ ป้องกันดินโคลนถล่ม
นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่ดินของอุทยานทั่วประเทศพบการบุกรุกมากกว่า 4 แสนไร่ โดยในภาคใต้มีการบุกรุกมากกว่าครึ่ง อันดับแรกคือ จ.สงขลา รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ เป็นการบุกรุกพื้นที่เพื่อปลูกยางพาราและเมื่อต้นยางโตก็ไม่มีใครยอมรับเป็นเจ้าของ เคยขอความร่วมมือจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางว่า ไม่ควรให้เงินสงเคราะห์แก่ผู้ไม่มีเอกสารสิทธิก็ทำได้ระดับหนึ่ง เพราะยังมีเล็ดลอดไปหรือหลายรายก็ไปกู้เงินจากเอกชน หรือได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอิทธิพลบางส่วนไปทำสวนยาง
นายดำรงค์ กล่าวว่า การบุกรุกที่ดินบนภูเขาเป็นสาเหตุเกิดดินโคลนถล่มหลังมีฝนตกในปริมาณมาก เพราะไม่สามารถต้านแรงน้ำเหมือนไม้ยืนต้นได้ ดังนั้นต่อไปนี้จะตรวจสอบจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางว่า มีใครได้รับเงินสงเคราะห์ไปทำสวนยางในป่าอนุรักษ์อีกบ้าง
“ต่อไปนี้คนที่บุกรุกพื้นที่ แต่ยังไปรับเงินชดเชยกรณีน้ำท่วมจะเข้าดำเนินคดีทันที หรือกรณีกลุ่มที่ไม่ได้ไปรับเงินค่าชดเชย แต่ยังรุกพื้นที่กรมอุทยานฯ จะดำเนินการโดยไม่มีการเปิดพื้นที่เพื่อทำสวนยางแห่งใหม่ ขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวภาคใต้ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาว่าพื้นที่ไหนที่มีการรุกป่า หรือแอบทำสวนยางบนภูเขาบ้างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที มิฉะนั้นแล้วจะเกิดเหตุดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเสียหายต่อส่วนรวม” นายดำรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ปลูกยางอยู่แล้วและสู้คดี โดยอ้างว่าทำมาก่อนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 30 มิ.ย. 2541 ซึ่งระหว่างที่รอพิสูจน์สิทธิยังสามารถทำประโยชน์ต่อไปได้ แต่หากไม่มีหลักฐานจะใช้มาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำความผิดทำลายหรือรื้อถอนสิ่งนั้นๆ ออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติหรือทำกลับคืนสู่สภาพเดิม
ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากตรวจสอบให้ละเอียดอาจจะพบการบุกรุกอุทยานมากกว่า 4 แสนไร่ก็ได้ เนื่องจากยางราคาดี แต่ไม่ได้บุกรุกเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ในภาคเหนือและภาคอีสานก็มีการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อปลูกสวนยางกันจำนวนมากเช่นกัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น กมธ. พบว่า ในภาคเหนือมีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำแทบทั้งสิ้น ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วม ดังนั้นขอสนับสนุนให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอย่างเต็มที่ เพราะกรมอุทยานฯ ได้งบประมาณในปี 2555 ไปจำนวนถึง 1,256 ล้านบาท







